
นักร้องใจร้อน
ประชาชนนั่นเองเป็นพลังสำคัญ ต้องร่วมกันผลักดันให้การปฏิรูปการเมืองบรรลุผล ถึงวันนั้นประชาธิปไตยจะกลับคืนตามต้องการ
โดย...อสนีบาต
ผ่านไปแค่หนึ่งสัปดาห์ของการควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ แต่บรรดานักร้องความอดทนต่ำดูจะออกมาส่งเสียงทวงคืนประชาธิปไตยกันซะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักร้องคุ้นหน้าจากเวทีรับจ้างปลุกระดมภายในประเทศ ที่ไม่ใช่แต่มีป้ายผ้าไม่เอารัฐประหารแต่ฉไนยังพ่วงแผ่นป้าย “ เอายิ่งลักษณ์ รักทักษิณ “ จนคนรักประชาธิปไตยที่ไม่ได้ออกมาเดินถนนถึงบางอ้อ
ผสมโรงประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ที่หวั่นเกรงจะสูญเสียผลประโยชน์จากการรัฐประหารร่วมด้วยช่วยยำ ออกแถลงการณ์เร่งเร้าให้มีการเลือกตั้ง แสดงกล้ามใหญ่ข่มขู่ ยกเลิกการฝึกร่วม หรือจะเป็นการตัดงบกองทุนความร่วมมือต่างๆ
ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ผู้รับบทกุมอำนาจบริหารประเทศชั่วคราวเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้
ไม่มีใครปรารถนาอำนาจเผด็จการ รวมถึงผู้นำเหล่าทัพไม่ประสงค์แม้แต่น้อย แต่เพราะอะไรจึงทำให้ทางออกประเทศถูกกำหนดด้วยการควบคุมอำนาจการปกครอง
ไม่ใช่หัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่กำลังแบกรับปัญหาชาติต้องมาคอยอรรถาธิบายถึงสาเหตุการเข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองบ้านเมือง
คนที่สมควรตอบ ควรเป็น เหล่าผู้เล่นในระบอบประชาธิปไตยมิใช่หรือ นักการเมืองผู้ครองอำนาจมิใช่หรือ ที่บีบให้กรรมการไกล่เกลี่ยต้องออกมาเป็นผู้เล่นเสียเอง
ทั้งที่นักการเมืองทั้งหลาย ท่านได้มาซึ่งอำนาจเป็นไปตามกติกาประชาธิปไตยแท้ๆ แต่กลับใช้อำนาจหน้าที่ไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย มุ่งแต่บริหารประเทศเพื่อพวกพ้อง เพียรพยายามออกกฎหมายนิรโทษโกงให้นักโทษหนีคดี ใช้เสียงข้างมากแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบสุมหัวทำลายความน่าเชื่อถือองค์กรอิสระ วีรกรรมสุดแสนอัปยศจึงทำให้ผู้คนลุกฮือขับไล่ส่งเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่
นักการเมืองจึงต้องจดจำใส่เนื้อเยื่อภายใต้แผ่นกะโหลกไว้ให้จงดี ถ้าจูงมือไปสู่การปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง กองทัพก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาควบคุมอำนาจการปกรอง ไม่จำเป็นต้องมารับบทยุติความขัดแย้ง
สังคมประชาธิปไตยย่อมมีความเห็นแตกต่างได้และควรดำรงความเห็นแตกต่างต่อไป แต่ตราบใดความเห็นแตกต่างถูกยกระดับไปสู่ความแตกแยกถึงขั้นนำอาวุธมาประหัตประหารจนเกิดความสูญเสีย บ้านเมืองวุ่นวาย แตกแยกเป็นเสี่ยงๆ ถึงวันนั้นเราจะปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไว้ได้อย่างไร นักร้องประชาธิปไตยถ้าห่วงใยบ้านเมืองจะจัดการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธได้ไหม โปรดช่วยคิดกันหน่อย
รัฐบาลรักษาการที่อยู่ในสภาพพิกลพิกาล ไร้อำนาจการควบคุม แล้วให้ผู้คนออกมาจุดเทียนหาสันติภาพ จะทำให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบสุขได้หรือไม่
ความขัดแย้งที่ชักเย่อกันไปกันมาขืนลากยาวต่อไปถึงกันยายน เกิดสูญญากาศไม่อาจจัดทำงบประมาณรอบใหม่ได้ ปล่อให้พี่น้องชาวนาเคว้งคว้างไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวต่อไป ถามว่านักเรียกร้องประชาธิปไตยสามารถจัดทำงบประมาณ ช่วยเหลือพี่น้องชาวนาได้ทันท่วงทีหรือไม่
แม้แต่การรวมตัวเรียกร้องให้ทหารเข้ากรมกองสามารถทำให้บ้านเมืองเข้าสู่การปฏิรูปประเทศได้หรือไม่ ตราบใดที่เมื่อผู้เล่นทางการเมืองยังไม่รู้ซึ้งสำนึกผิด
หนึ่งสัปดาห์ของการควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ไม่สามารถเนรมิตอะไรต่อมิอะไรตามเสียงเรียกร้องได้ทั้งหมดแม้แต่ความต้องการของบรรดานักร้องใจร้อนทวงคืนประชาธิปไตย การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยตามที่ทุกฝ่ายต้องการจึงต้องอาศัยเวลาและต้องเข้าใจถึงเหตุผลของการยึดอำนาจเสียก่อน
พึงพิจารณาคำชี้แจง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวไว้ว่า ไม่อาจปล่อยให้ความขัดแย้งดำรงอยู่ต่อไปได้ จึงจำเป็นต้องควบคุมอำนาจการปกครอง พร้อมกับขอทำภารกิจเร่งด่วนปฏิรูปทุกด้าน เตรียมตั้งสภาปฏิรูปควบคู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติสรรค์สร้างบรรยากาศความปรองดองจากนั้นเข้าสู่การเลือกตั้ง
เมื่อแผนวางไว้ตามลำดับขั้นสไตล์ทหาร ประเมินได้ทันทีการดำรงอยู่ของ คสช. ก็ไม่ได้หวังลากยาว อีกทั้งเนิ่นนานไปไม่เป็นผลดีต่อผู้ครองอำนาจและความเชื่อมั่นในสายตาต่างประเทศ การจะดำรงอยู่ต่อไปเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่ที่กับประชาชนทุกฝ่ายนั่นแหละท่าน จะผนึกกำลังสามัคคีไปสู่เป้าหมายร่วมกันคืนความสงบเรียบร้อย ปฏิรูปสร้างบ้านแปลงเมืองกันเสียใหม่ ก่อนไปเลือกตั้ง
เมื่อเข้าใจตามนี้ ประชาชนนั่นเองเป็นพลังสำคัญ ต้องร่วมกันผลักดันให้การปฏิรูปการเมืองบรรลุผล ถึงวันนั้นประชาธิปไตยจะกลับคืนตามต้องการ







