
มาได้แล้วครับ
สลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม กปปส.บนถนนราชดำเนิน ราวตี 3 คืนวันพุธที่ผ่านมา
โดย...สันทัด กรณี
สลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม กปปส.บนถนนราชดำเนิน ราวตี 3 คืนวันพุธที่ผ่านมา
กลุ่มผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม โชว์ความสามารถผ่านด่านตำรวจที่ตั้งอยู่เต็มเมือง ขนอาวุธสงครามขึ้นรถกระบะ สาดอาวุธสงครามกราดเอ็ม 16 เข้าใส่ ขณะที่อีกกลุ่มประสานด้วยการยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มอีก 3 นัด เข้าใส่ประชาชน การ์ด กปปส.ที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ถล่มอยู่ร่วมชั่วโมง แล้วก็ขับรถจากไปง่ายๆ สบายๆ
ผมนั่งเขียนอยู่นี้ รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย อาการสาหัสอีกหลายราย และอีกร่วม 20 ราย ยังต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล
การออกมาเข่นฆ่าคน โดยไม่เคยมีความโคตรแค้นกันมาก่อน ไม่แม้กระทั่งหน้าตาก็ไม่เคยเห็นกัน มันทำให้สลดหดหู่ในหัวใจอย่างมาก กระทั่งก่อให้เกิดความรู้สึกภายในขึ้นมาว่า ต่อแต่นี้ไปประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เหตุการณ์ที่กระทำใส่ประชาชนกลุ่มคัดค้านเห็นต่างจากรัฐบาลครั้งแล้วครั้งเล่า จนมีคนตายไปแล้ว 24 คน บาดเจ็บหลายร้อยคน แต่ตำรวจไม่เคยจับคนร้ายได้แม้แต่รายเดียว
สิ่งที่เกิดขึ้น อดไม่ได้หรอกครับที่ประชาชนจะมองไปที่ตำรวจด้วยสายตาเคลือบแคลง และตั้งคำถามว่าทำไมคนร้ายสามารถหอบหิ้วอาวุธสงครามไปก่อเหตุได้ทั่วทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ และถอนตัวหนีไปราวกับหายตัวได้ ทั้งที่ด่านตำรวจตั้งอยู่ทั่วไปหมด มิหนำซ้ำเมื่อเกิดเหตุแต่ละครั้งแทบไม่พบตำรวจพยายามเข้าไปตรวจสอบระงับเหตุ ในคืนเกิดเหตุที่กล่าวไว้ข้างต้นก็เช่นกัน กว่าตำรวจจะแสดงตัวก็ปาเข้าไปสายโด่งแล้ว
ครับ...สิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงขณะนี้ กลุ่มที่น่าเห็นใจที่สุด คือ ทหารที่ออกมาช่วยเป็นกันชน ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน เหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน เห็นๆ อยู่ว่าเกิดอะไร แต่ไม่มีเครื่องมือในการช่วยสกัดยับยั้งอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะกำลังพลถูกสั่ง ไม่ให้ติดอาวุธ อนุญาตให้เพียงผู้ควบคุมหน่วยพกพา เท่านั้น
ทหารโดนกระสุนก็ตายเหมือนคนทั่วไปนะครับทั่น!
ดังนั้น ไม่แปลกหรอกครับ ยามที่ถูกโจมตี ทหารมือเปล่าก็ต้องหลบในที่กำบัง เพื่อเอาชีวิตให้รอดเหมือนชาวบ้านยามห่ากระสุนวิ่งเข้าใส่เช่นกัน
ครับ การโจมตีสังหารกลุ่มประชาชนที่ยืนตรงข้ามรัฐบาล ครั้งนี้ก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แล้วก็คงไม่มีใครไปหยุดได้ รังแต่จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น
ทหารควรต้องทำอะไรมากกว่าที่ทำอยู่ครับ
ตลอดเวลาในการทำอาชีพสื่อ ไม่แม้แต่ครั้งเดียวที่จะเกิดความรู้สึกอยากให้ทหารออกจากที่ตั้ง ออกวางกำลังในเมือง และปฏิเสธทุกปฏิบัติการที่ใช้กำลังเพื่อหวังผลทางการเมือง เพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ด้วยความรู้คิด รู้สำนึกเพื่อประโยชน์ต่อบ้านเมือง
นี่คงเป็นครั้งแรกมังครับ กับความรู้สึกอยากเห็นทหารออกมาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยรักษาชีวิตประชาชน เพื่อหยุดยั้งการทำลายล้างโดยใครก็ไม่ทราบ







