สมรภูมิ-ชี้เป็นชี้ตาย

  • วันที่ 28 เม.ย. 2557 เวลา 18:39 น.

โดย....อสนีบาต

สถานการณ์ทางการเมืองเดินเข้าสู่จุดชี้เป็นชี้ตาย สถานภาพนายกรัฐมนตรีของยิ่งลักษณ์ ชินวัตรจะสิ้นสุดลงหรือไม่  จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญขีดเส้นตายให้ยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหาพร้อมนัดหมายให้พยาน 4 ปากมาไต่สวน

อันประกอบด้วยไพบูลย์ นิติตะวัน   สว.สรรหาในฐานะผู้ยื่นคำร้องถวิลเปลี่ยนศรีผู้ถูกกระทำจากนายกฯ โดนโยกย้ายเซ่นสังเวยการเมืองให้ญาติโกโหติกาได้ดีในตำแหน่ง ผบ.ตร. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. ซึ่งถูกโยกย้ายมานั่งตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผงาด ผบ.ตร. ส่วนรายสุดท้าย คือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ผู้นำประเทศที่ใช้อำนาจแต่งตั้งโดยมิชอบนั่นเอง

ถ้อยแถลงศาลรัฐธรรมนูญเมื่อสัปดาห์ก่อนน่าสนใจไม่น้อย หลังขยายเวลาให้ยิ่งลักษณ์ยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหาเพิ่มเติมออกไปอีก 15 วันและเชิญพยานบุคคล 4 ปากมาไต่สวน ทั้งหมดมาบรรจบในวันที่ 6 พ.ค.  เกิดรายการลุ้นระทึกต่อไประหว่างองค์คณะขึ้นบัลลังก์ตัดสินคดีในวันเดียวกันหรือออกมาแถลงนัดวันชี้ชะตา

อย่าคิดว่าการเรียกพยานมาไต่สวนจากนั้นตัดสินภายในวันเดียวกันเป็นไปไม่ได้ แต่เคยทำมาแล้วในยุคสมชาย วงศ์สวัสดิ์   เป็นนายกรัฐมนตรี  

ครานั้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเรียกผู้แทนพรรคพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตยไต่สวน ตกบ่ายอ่านคำวินิจฉัยยุบ 3 พรรค ก่อนที่องค์คณะรีบออกจากศาลรัฐธรรมนูญโดยมีหน่วยรักษาความปลอดภัยคุ้มกันท่ามกลางกลุ่มคนเสื้อแดงแสดงความเถื่อนชุมนุมทุบกระจกกดดันหมายเอาชีวิต

จึงไม่แปลกที่ จตุพร พรหมพันธุ์ประธาน นปช. นัดหมายมวลชนชุมนุมใหญ่ วันที่ 6 พ.ค.  ที่ถนนอักษะ  ขณะที่สุเทพ เทือกสุบรรณ  เลขาธิการ กปปส. อ่านท่าทีศาลรัฐธรรมนูญเหมือนกัน จึงเตรียมแถลงต่อมวลมหาประชาชนทั่วประเทศวันที่ 30 เม.ย.ถึงการเตรียมตัวชุมนุมใหญ่วันใดวันหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม วงในสืบทราบ อาจไม่แสดงพลังในช่วงวันมหามงคล (5-6 พ.ค.) แต่จะขอนัดหมายอีกรอบหลังวันวิสาขบูชาโน้น เรียกว่า ทำบุญกันให้เรียบร้อยก่อนเผด็จศึก โดยย้ายสมรภูมิกลับไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

นั่นจึงเป็นการเคลื่อนย้ายมวลชนออกจากสวนลุมพินี หลังปักหลักกันมายาวนาน สู่การกลับไปสู่เวทีเปิด  นอกจากพื้นที่กว้างขวางสามารถรองรับมวลมหาประชาชนนับล้านคนในวันฉลองชัย  ยังหวังทำลายสถิติมวลมหาประชาชนล้านคน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อีกครา 

................

ประเมินชะตากรรมยิ่งลักษณ์มองตรงกันกำลังนับถอยหลังอำลาเก้าอี้ ระหว่างนี้จึงเป็นช่วงปล่อยผีด้วยการให้สมุนลิ่วล้อออกมาป่วนจะด้วยยุทธวิธีทางข้อกฎหมายตีความแบบศรีธนญชัยเข้าข้างตัวเองไปวันๆ 

ตั้งกองบัญชาการ ศอ.รส.  แหกปากร้องขอความเป็นธรรมจากนานาชาติประจานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างไม่ละอาย ทั้งๆ ที่นักการเมืองผู้มีอำนาจเหล่านี้ก็อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญเดียวกันแท้ๆ    จู่ๆ บรรดารมต.หัวหมอออกตัวจะขอใช้มาตรา 7  เพื่อให้มีพระบรมราชวินิจฉัย  ท่ามกลางเสียงวิจารณ์กระทำการมิบังควร  

อย่างว่าเป็นเรื่องปกติของพวกไม่ปลงอำนาจ หลงอยู่ในกิเลสหนาทางการเมืองจึงเกิดอาการหน้ามืดตามัวขอสู้ทุกกระบวนท่า แต่อย่างที่บอกสุดท้าย "ไม่รอด"

เพราะคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดชี้ชัดถึงการใช้อำนาจมิชอบศาลรัฐธรรมนูญจึงใช้คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณา แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อความผิดดังกล่าว นอกจากส่งผลให้ยิ่งลักษณ์พ้นนายกฯ ในส่วนของ ครม.ทั้งคณะต้องกระเด็นไปด้วยหรือไม่ต่างหาก

ผู้คนทั่วบ้านทั่วเมืองรับรู้ต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ก็เห็นจะมีแต่ยิ่งลักษณ์ยังคงเส้นคงวาอ้างว่าศาลปกครองสูงสุดตัดสินจบไปแล้วไม่เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัย

โอ้ว! นี่ขนาดจะถึงวันวินิจฉัยสถานภาพรัฐมนตรีมีอันต้องสิ้นสุดหรือไม่   เธอยังไม่เข้าใจอะไรเลย สมกับการเข้ามาเป็นนักการเมืองที่ขอตายคาสนามประชาธิปตายจริงๆ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ