
ทางสองแพร่ง
คงจำเป็นต้องคิดให้ดีว่า บ้านเมืองเราจะยึดเอารูปแบบ หรือเนื้อหากันแน่
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
คงจำเป็นต้องคิดให้ดีว่า บ้านเมืองเราจะยึดเอารูปแบบ หรือเนื้อหากันแน่
เพราะแนวทางที่กำลังผลักดันก็คือการไปสู่การเลือกตั้งที่เน้นรูปแบบ แต่ทว่าเนื้อหากลับไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่เป็นการใช้นโยบายประชานิยมเพื่อเข้าสู่อำนาจ สร้างระบบการเมืองคอร์รัปชั่น เอาตำแหน่ง สัมปทานธุรกิจ เป็นรางวัลทางการเมืองแก่ผู้สนับสนุน หรือที่เรียกว่า Spoils System จะเป็นหนทางแห่งหายนะโดยแท้
ประวัติศาสตร์ในหลายประเทศก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเช่นกัน ในเรื่องการเลือกรูปแบบหรือเนื้อหา
เยอรมนี ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและชอกช้ำจากการแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ผู้นำพรรคนาซี จึงหาเสียงด้วยการชูประเด็นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำเยอรมนีให้ยิ่งใหญ่ จนกำชัยชนะจากการเลือกตั้ง
เมื่อก้าวเข้าสู่อำนาจ ฮิตเลอร์ออกกฎหมายรวบอำนาจทางการเมืองคุมอำนาจเศรษฐกิจ และกลไกบริหารงานของประเทศทั้งหมด
และหากมีการต่อต้าน หรือแสดงความไม่เห็นด้วย พรรคนาซีมีกองกำลังของตัวเอง ข่มขู่ จัดการแบบเบ็ดเสร็จ
สุดท้ายฮิตเลอร์นำเยอรมนีเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ฆ่าชาวยิวจำนวนมหาศาลนับล้านคนและก็ต้องพ่ายแพ้สงคราม
นี่แหละ คือรูปแบบมาจากการเลือกตั้ง แต่เนื้อหาคือเผด็จการ
ขณะเดียวกันอีกประเทศ คือ ฝรั่งเศส หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประสบปัญหาการเมืองถึงทางตัน พรรคการเมืองแตกแยก จะไปสุดซอยก็ไม่สำเร็จ
รัฐบาลฝรั่งเศสบางคณะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่ถึง 1 เดือน หรือเฉลี่ยแต่ละรัฐบาลจะมีอายุแค่ 8 เดือน ขณะที่นายกรัฐมนตรีแต่ละคนดำรงตำแหน่งเฉลี่ยคนละ 9 เดือน
ทั้งหมดจึงเกิดเสียงเรียกร้องให้ นายพลชาร์ลส์ เดอโกล (Charles de Gaulle) ที่ล้างมือในอ่างทองคำไปแล้ว ไม่ได้เป็น สส. ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง กลับมา Set Zero ประเทศเสียใหม่ โดยไม่ใช่วิถีประชาธิปไตยคล้ายกับการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐรูปแบบหนึ่ง
นายพลเดอโกลปฏิรูปกฎหมายครั้งใหญ่ ปฏิรูปการเมือง สร้างระบบที่แบ่งแยกอำนาจ มีเสถียรภาพ เอื้อประโยชน์ต่อฝรั่งเศส และยังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้
นี่แหละคือตัวอย่างการมาแบบทางลัด แต่เนื้อหาเป็นประชาธิปไตย
ถึงได้บอกว่า จะเลือกรูปแบบหรือเนื้อหา
อย่าหลงกลมายา พลัดหล่นลงวังวนอเวจีทางการเมืองอีกเลย







