
ต้องแก้ไข
บ้านเมืองในขณะนี้ทำท่าจะถึงทางตัน หากจะไปรอการเลือกตั้งใหม่คงไม่ไหว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
บ้านเมืองในขณะนี้ทำท่าจะถึงทางตัน
หากจะไปรอการเลือกตั้งใหม่คงไม่ไหว เนื่องจากมีการประเมินว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.ค. เท่ากับว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศในเดือน ส.ค.
เวลายาวนานเช่นนี้คงไม่ใช่สิ่งที่ดี
ที่สำคัญการเลือกตั้งก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เนื่องจากการเมืองที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ระบบที่จะทำให้บ้านเมืองไปรอด
เพราะเป็นการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว พรรคพวก ไม่ใช่เพื่อประโยชน์มหาชน
โครงการรับจำนำข้าวคือตัวอย่างที่ชัดแจ้งที่สุด
ผลผลิตโครงการรับจำนำข้าวคืออภิมหาประชานิยมที่ต้องการดึงฐานคะแนนเสียงจากชาวนา
แต่ทว่าผลประโยชน์โดยแท้จริงกลับไม่ได้ตกอยู่กับชาวนา
ข้าวที่ชาวนาขายได้ราคาไม่ถึงเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท โดยเงินที่หายไปตกไปอยู่กับพ่อค้า โรงสีเป็นส่วนใหญ่
นอกจากนั้นโครงการข้าวยังก่อให้เกิดการทุจริตครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้
เป็นการทุจริตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อย่างครบวงจร
ความจริงแล้วแทนที่รัฐบาลจะส่งจดหมายไปร้องเรียนองค์กรระหว่างประเทศอย่างยูเอ็นถึงปัญหาที่ตัวเองกำลังประสบอยู่ ทางที่ดีน่าจะส่งไปเชิญองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่นโลกมาตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวจะดีกว่า
และที่เป็นความเลวร้ายยิ่งไปกว่านั้น ก็คือเมื่อมีการตรวจสอบจากองค์กรอิสระในปัญหาทุจริตข้าว ก็กลับประกาศไม่ยอมรับการตัดสิน
คำกล่าวหาต่างๆ นานาเกิดขึ้นทันที อาทิ องค์กรเหล่านั้นไม่มีอำนาจ ปฏิบัติสองมาตรฐาน ฯลฯ เพื่อพยายามโยงให้กลายเป็นเรื่องการเมือง
ซ้ำร้ายยังมีการตั้งกองกำลังขึ้นมากดดันองค์กรอิสระ พร้อมกับประกาศหากมีคำตัดสินที่ไม่ถูกใจจะเคลื่อนกำลังมาจัดการ
นี่แหละ ถึงบอกว่าระบบการเมืองมีปัญหา เป็นระบบกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ไม่เคารพในหลักการคานดุลอำนาจ ไม่ยอมรับในสิ่งที่ผิด
คาถาเดียวที่ใช้ก็คือเมื่อมาจากการเลือกตั้งก็ย่อมทำอะไรได้ทุกอย่าง เนื่องจากได้อาณัติมาจากประชาชน
แต่สิ่งที่ไม่เคยพูดถึงก็คือความสุจริต เที่ยงธรรม
อย่าลืมในอดีต เผด็จการนาซี ฮิตเลอร์ ก็มาจากการเลือกตั้ง และนำพาเยอรมันเข้าสู่สงครามโลก ฆ่าคนเป็นล้านๆ คน ก็เพราะใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม
บ้านเมืองถึงเวลาต้องแก้ไข
ที่เป็นอยู่ไปไม่รอดแน่นอน







