
กลวงข้างใน
ตัวเลขการส่งออกเดือน ก.พ. ที่พลิกมาขยายตัวที่ 2.43% เป็นสิ่งที่เกินคาด
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ตัวเลขการส่งออกเดือน ก.พ. ที่พลิกมาขยายตัวที่ 2.43% เป็นสิ่งที่เกินคาด
ผลที่ตามมาก็คือ ตัวเลขการส่งออกใน 2 เดือนแรกของปีกลับกลายเป็นบวก โดยพลิกกลับมาขยายตัว 0.2%
ข้อมูลที่แถลงอย่างเป็นทางการ สาเหตุที่การส่งออกขยายตัวก็เนื่องจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มมากขึ้น
ขณะเดียวกันตลาดส่งออกก็เริ่มฟื้นไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อาเซียน
แต่ทว่า หากไปดูเนื้อในแล้วมีข้อมูลว่าการที่ส่งออกขยายตัวเป็นเพราะมีการส่งออกทองคำไปต่างประเทศอย่างมาก
และหากไม่นับรวมทองคำ การส่งออกเดือน ก.พ. จะขยายตัวเพียง 0.3% เท่านั้น
และแน่นอน ถ้าไม่รวมการส่งออกทองคำ การส่งออกใน 2 เดือนแรกของปีจะกลับกลายเป็นติดลบเหมือนเดิม เนื่องจากในเดือน ม.ค.การส่งออกยังติดลบอยู่ 1.98% เมื่อมารวมกับการส่งออกที่ขยายตัวเพียงเล็กน้อยในเดือน ก.พ. จึงยังคงอยู่ในแดนลบ
ถามว่าตัวเลขการส่งออกทองคำมีความหมายสำคัญอะไร
คำตอบก็คือการส่งออกทองคำ เป็นตัวเลขที่ไม่มีผลต่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และไม่ก่อให้เกิดตัวทวีคูณ (Multipliers) ในระบบเศรษฐกิจ
ปกติการส่งออกทองคำจะเกิดขึ้นหลายสาเหตุ อาทิ เกิดจากการเก็งกำไรที่เมื่อราคาทองคำในประเทศลดต่ำลงก็จะเกิดการซื้อทองคำในประเทศเอาไว้ และส่งออกไปขายยังต่างประเทศที่ราคาสูงกว่า
หรือเป็นการส่งออกเพื่อไปปรับปรุงคุณภาพ ให้เป็นทองคำเกรดสูงขึ้น เช่นเป็นทองคำ 99.99%
ดังนั้นการส่งออกทองคำจึงไม่ก่อให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น ไม่ก่อให้เกิดการใช้จ่าย มีแต่การเก็งกำไร หรือไม่ก็เป็นการหักกลบหนี้ทางบัญชี
ในทางกลับกัน หากการส่งออกขยายตัวจากการส่งออกสินค้าเกษตรก็ดี สินค้าอุตสาหกรรมก็ได้ ก็จะเป็นการเร่งทำให้บรรดาธุรกิจต่างๆ ลงทุนขยายกำลังการผลิต เนื่องจากตลาดส่งออกฟื้น
เมื่อมีการลงทุนก็จะก่อให้เกิดการจ้างงาน การจ้างงานก่อให้เกิดการบริโภค การบริโภคก่อให้เกิดกำลังซื้อ กำลังซื้อก่อให้เกิดการลงทุนขยายกิจการ เป็นตัวทวีคูณเช่นนี้ตลอดไป
ดังนั้นถ้ามองเฉพาะตัวเลขการส่งออก แต่ไม่หักการส่งออกทองคำออกไป จะทำให้เห็นภาพที่ไม่ชัดเจน
หรือพูดง่ายๆ ว่าการส่งออกที่ดูเหมือนจะดีขึ้น แท้จริงแล้ว เป็นตัวเลขที่กลวงข้างใน
ที่เห็น ที่ประกาศว่าฟื้นแล้วๆ นี่แหละ
อย่าเพิ่งไว้ใจเป็นเด็ดขาด







