
ส่อเค้ารุนแรง
มีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มส่อเค้ารุนแรงทั้งรูปแบบและวิธีการพิจารณาจากเหตุระเบิดรายวันจากการใช้อาวุธสงคราม
โดย...ปริญญา ชูเลขา
มีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มส่อเค้ารุนแรงทั้งรูปแบบและวิธีการพิจารณาจากเหตุระเบิดรายวันจากการใช้อาวุธสงครามธรรมดาพัฒนาเป็นคาร์บอมบ์เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 13 ใกล้ที่ชุมนุมกปปส.แจ้งวัฒนะ เป็นระเบิดแสวงเครื่องอานุภาพทำลายล้างสูง เป็นชนิดเดียวกันที่คนร้ายใช้วางข่มขู่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 17มี.ค.ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่ามีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธกำลังเล่นเกมใต้ดิน โดยเฉพาะมีเป้าหมายทั้งองค์กรอิสระต่างๆ ที่จะลงมติหรือวินิจฉัยประเด็นร้อนที่เป็นโทษต่อรัฐบาล หรือมีเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล หรือเพื่อต้องการยกระดับสถานการณ์เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนบางอย่าง
ยิ่งจะมีการชุมนุมใหญ่ของสองกลุ่มระหว่างกลุ่มสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 29 มี.ค. เพื่อแสดงพลังปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง กับกลุ่มจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ดีเดย์เคลื่อนทัพวันที่ 5 เม.ย.นี้ มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้ากรุง
จากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพิ่มมาตรการเชิงรุกด้านการข่าว เพื่อติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรงทันที เช่นเดียวกับกองทัพยังคงบังเกอร์กับกำลังทหารดูแลรักษาความปลอดภัย 176 จุดเสี่ยง ทั่วกรุงเทพฯ ต่อไป
ดังนั้น จึงทุบโต๊ะว่า หากไม่มีการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งย่อมนำไปสู่ความรุนแรงจากการสร้างสถานการณ์แทรกซ้อน สุดท้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง







