
เสียหายไร้ที่สิ้นสุด
โครงการรับจำนำข้าว ยิ่งนานไปปัญหาก็ยิ่งทับถมมากขึ้นทุกขณะ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
โครงการรับจำนำข้าว ยิ่งนานไปปัญหาก็ยิ่งทับถมมากขึ้นทุกขณะ
ไม่เพียงแต่การติดหนี้ข้าวให้ชาวนาเท่านั้น แต่การขายข้าวก็เผชิญกับสารพัดปัญหา โดยเฉพาะต้องขายข้าวราคาถูกๆ ชนิดที่ขาดทุนป่นปี้
สภาพที่เป็นอยู่ไม่ต้องมีใครมาทุบตลาด แต่ข้อเท็จจริงมันชี้ชัด เจ๊งแน่ และคงเหลือแต่พวกบ้าน้ำลาย บ้าอำนาจ ที่ยังเต้นแร้งเต้นกาบอกว่ามีคนป่วนทำลายตลาดค้าข้าว
ข้อมูลล่าสุดของ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(เอฟเอโอ) รายงานว่า สต๊อกข้าวโลกเพิ่มขึ้นจนทำสถิติครั้งใหม่ที่ระดับ 179.1 ล้านตัน โดยจีนเป็นประเทศที่มีสต๊อกข้าวสูงสุดถึงประมาณ 55% ของสต๊อกทั้งโลก
ขณะที่ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น แต่การค้าข้าวในตลาดโลกกลับไม่ปรับตัวตาม โดยปริมาณการค้าข้าวจะอยู่ที่ 38.3 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วแค่ 1 แสนตัน
สาเหตุที่การส่งออกข้าวในตลาดโลกไม่คึกคัก เนื่องจากประเทศต่างๆมีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น จนต่างคนต่างแย่งกันส่งออก ไล่ตั้งแต่ไทย ปากีสถาน สหรัฐ และเวียดนาม โดยประเทศที่จะส่งออกข้าวมากสุดก็คืออินเดีย
นี่แหละ พวกที่คุยโวโอ้อวดจะเร่งระบายข้าวออกไป หาเงินมาใช้หนี้ค่าข้าวชาวนาให้ได้ภายใน 4 เดือน เห็นทีจะต้องแปะข้างฝาเก็บไว้ ใครพูดโกหกไปวันๆ บ้าง
สถานการณ์ที่เป็นอยู่จะทำให้การส่งออกข้าวของไทยมีปัญหา
สต๊อกข้าวสารหลังสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูการผลิต 2556/2557 มีประมาณ 16.7 ล้านตัน และมีข้าวเปลือกที่รอสีแปรอีก 3.1 แสนหรือเท่ากับจะมีสต๊อกข้าวสารราวๆ 17 ล้านตันที่ต้องขายออก
ภาวะเช่นนี้ยากที่จะขายออกไป
และสต๊อกข้าวเป็นภูเขาเลากาไม่เพียงแต่จะทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกลดต่ำลงเท่านั้น แต่ยังกดราคาข้าวในประเทศให้ลดลงอย่างฮวบฮาบด้วย
ข้าวเปลือกที่ชาวนาขายได้ก็เหลือแค่เกวียนละ 6,500-7,000 บาท แต่ชาวนาก็ต้องขาย เนื่องจากดีกว่าจะเอาเข้าโครงการรับจำนำ แล้วไม่รู้วันไหนจะได้เงินค่าข้าว
สุดท้ายความเสียหายจากโครงการข้าว จะกลายเป็นประเมินมูลค่าไม่ได้ นับตั้งแต่ผลการขาดทุนจากการรับจำนำ จากข้าวที่เสื่อมคุณภาพ จากราคาข้าวเปลือกในประเทศที่ต้องลดต่ำลง จากการสูญเสียตลาดส่งออกข้าว จากการทุจริตอย่างมโหฬารเป็นประวัติศาสตร์ ฯลฯ
ใครคิด ใครทำโปรดจำกันไว้
ประเทศเสียหายขนาดนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ







