
รอชี้ขาด
โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เข้ามาสู่ช่วงสำคัญ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เข้ามาสู่ช่วงสำคัญ
ในวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีวาระประชุมพิจารณาคำร้องที่ขอให้พิจารณาวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
เรื่องดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องยื่นคำแถลงปิดคดีเมื่อวันที่ 27 ก.พ. และวันนี้จะมีการอภิปรายกำหนดประเด็นในการวินิจฉัย รวมถึงพิจารณาว่าจะกำหนดวันอ่านคำวินิจฉัยในคำร้องดังกล่าวได้เลยหรือไม่
นั่นหมายความว่า เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เหลือรอแต่วันอ่านคำตัดสินเท่านั้น
ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าต้องการเงินกู้สำหรับปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ด้วยการรวบรวมเงินงบประมาณหลายๆ ปีเข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารและจัดการโดยร่างกฎหมายฉบับนี้
ขณะเดียวกันเสียงคัดค้านร่างกฎหมายนี้ก็ปรากฏไปทั่ว เนื่องจากเป็นการสร้างหนี้สินถึงชั่วลูกชั่วหลาน รวมถึงมีปัญหาด้านกฎหมายและการบริหารอย่างมากมาย
เริ่มตั้งแต่ร่างกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จะทำให้เงินกู้ทั้งหมดเป็นเงินนอกระบบงบประมาณ เพื่อให้อำนาจรัฐบาลใช้เงินจำนวนมากอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยสภาไม่สามารถตรวจสอบได้อีก
นอกจากนั้น โครงการจำนวนมากไม่ผ่านการศึกษาความคุ้มค่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โครงการรถไฟความเร็วสูงที่ใช้งบประมาณกว่า 9 แสนล้านบาท
ทั้งหมดจึงกลายเป็นความเสี่ยงด้านการคลัง เนื่องจากมีความไม่แน่นอนด้านความคุ้มค่าของการลงทุน โดยเฉพาะการประเมินในแง่บวกมากเกินไป
ในแง่การหารายได้อื่นมาใช้สำหรับจ่ายคืนเงินกู้ก็ยังไม่มีความชัดเจน และมีเพียงแค่การอ้างว่าการลงทุนจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว ทำให้หนี้ไม่เกินเพดานเท่านั้น
ที่สำคัญการลงทุนในโครงการเงินกู้เหล่านี้จะกระทบกับรายจ่ายในอนาคตด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นจุดสำคัญของการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ผลคำตัดสินร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จึงมีความสำคัญ โดยถ้าออกมาว่าทุกอย่างทำได้ก็หมายความว่ากระบวนการวิธีงบประมาณ การทำโครงการอย่างที่ตั้งแท่นไว้กระทำได้ไม่มีปัญหา
แต่ทว่าหากวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญก็จะเป็นบทเรียนสำคัญต่อการบริหารนโยบายการคลัง
เงินแผ่นดินต้องสร้างประโยชน์อย่างแท้จริง
ไม่ใช่จะมามั่วๆ งาบๆ เงิบๆ อย่างที่เห็น







