
พังคามือ
ตัวเลขการส่งออกสินค้าในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนประเด็นต่างๆ เอาไว้มากมาย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิลัย
ตัวเลขการส่งออกสินค้าในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนประเด็นต่างๆ เอาไว้มากมาย
เริ่มตั้งแต่มูลค่าการส่งออกลดต่ำลงเหลือแค่ 1.79 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 1.98% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 2.04 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 15.5% ผลที่ตามมาทำให้ขาดดุลการค้า 2,521 ล้านเหรียญสหรัฐ
ยอดส่งออกในระดับ 1.79 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน
สาเหตุที่การส่งออกลดลง เหตุผลที่แถลงอย่างเป็นทางการก็คือมาจากราคาสินค้าในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมในตลาดโลกลดต่ำลง
นอกจากนี้ สินค้าในหมวดอุตสาหกรรมยานยนต์ยังส่งออกลดลง เพราะการแข่งขันสูง โดยเฉพาะจากอินโดนีเซีย
แต่ทว่าสิ่งที่ไม่ได้แถลงออกมาก็คือความจริงที่ว่า ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดต่ำลง
แม้ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมาก ก็ไม่กระตุ้นการส่งออกอย่างที่หวัง
อะไรคือปัญหา
คำตอบก็คือนโยบายของรัฐบาล
ปกติหน้าที่ของรัฐบาลก็คือการสร้างและส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลกลับกระทำสิ่งตรงกันข้าม
รัฐบาลรังแต่จะมุ่งเน้นนโยบายระยะสั้น สร้างผลประชานิยมเพียงชั่ววูบ แต่จะกลายเป็นแรงเหวี่ยงกลับทำลายขีดความสามารถในการแข่งขัน
ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือนโยบายรับจำนำข้าว ที่ทำให้ราคาข้าวส่งออกของไทยสูงกว่าตลาดโลกลิบลิ่ว
การส่งออกข้าวที่ไทยเคยเป็นอันดับ 1 ของโลก ก็หล่นลงมาอยู่อันดับ 3 พร้อมๆ มูลค่าการส่งออกข้าวที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันในแง่การยกระดับการแข่งขัน ด้วยการพัฒนาคุณภาพสายพันธุ์การปลูก การเก็บเกี่ยว ฯลฯ เหล่านี้ถูกทำลายลงไปจากการจำนำข้าวในราคาสูง ชาวนาจึงเลิกสนใจในเรื่องสายพันธุ์และคุณภาพการผลิต
เหล่านี้ไม่ใช่เงินเท่านั้นที่จะสร้างได้ แต่ต้องอาศัยการพัฒนา ระยะเวลาอย่างยาวนานในการวางรากฐาน
แต่รัฐบาลกลับใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ปีทำลายทุกอย่างลงไป
สิ่งที่เหลือไว้ให้ดูต่างหน้าก็คือการทุจริต แม้กระทั่งเงินค่าข้าวชาวนาก็ยังติดค้าง ไม่ยอมจ่าย
อย่าแปลกใจเลยทำไมเสียงไม่เอาแล้ว จึงดังกึกก้องมากขึ้นทุกขณะ
ทุกอย่างทำท่าจะพังคามือชนิดที่ไม่มีอะไรเหลือหลอ







