
จบลงอย่างไร
โดย...อสนีบาต
โดย...อสนีบาต
คำถามยอดฮิตสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างรัฐบาลล้มเหลวกับการต่อต้านของมวลมหาประชาชน"จะจบลงอย่างไร" ยังเป็นเรื่องที่ผู้สันทัดกรณีทั้งหลายเกาหัวแกรกๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ด้านหนึ่งคือรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตกอยู่ในสภาพรัฐบาลรักษาการแต่หลงละเมอว่าตนเองมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดินกำลังละเลงคำสั่งผ่านศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)ไล่จับแกนนำผู้ชุมนุม
นอกจากนั้นหลับหูหลับตาเรียกนักธุรกิจบริษัทห้างร้าน แม้แต่ผู้เสียชีวิตมาสอบสวนด้วยฐานความเชื่อพวกเขาเหล่านี้เป็นท่อน้ำเลี้ยง
แม้แต่ออกคำสั่งเนรเทศสาธิต เซกัลนักธุรกิจอินเดียหัวใจไทยจนกลายเป็นข่าวกระฉ่อนหน้าหนังสือพิมพ์อินเดีย ส่งสัญญาณสะเทือนความสัมพันธ์
ในที่สุดคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองที่มีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานมีความเห็นไม่เข้าหลักเกณฑ์เนรเทศ ถือเป็นการตบหน้านักการเมืองใน ศรส. และสะท้อนว่าพวกใช้อำนาจตามกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินหวังจะจัดการคนโน้นคนนี้ตามอำเภอใจไม่ง่ายอย่างที่คิด
ไม่ต่างกับผู้ที่อ่านกฎหมายรู้ดูกฎหมายเป็นหวังพึ่งศาลสถิตยุติธรรมออกมาตัดสินชี้ขาดเพื่อให้รู้ว่าบ้านนี้เมืองนี้ยังมีความเป็นธรรมหลงเหลืออยู่ ไม่ใช่ปล่อยให้โจรในคราบนักการเมืองหลงระเริงอำนาจเกินไป
พฤติกรรมของเหล่าคณะผู้บริหารชาติพิการทางอำนาจจึงไม่ได้ช่วยหนุนนำให้บ้านเมืองเดินหน้า หรือช่วยหาทางออกได้ว่าจะจบลงอย่างไร รังแต่สร้างความเอือมระอาต่อหน้าสาธารณชนมากยิ่งขึ้น
อีกด้านคือมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณปักหลักชุมนุมยาวนานกว่า 3 เดือนยิ่งยืดเยื้อยิ่งสร้างความเข้มแข็งทางความคิดแผ่ขยายออกไปในวงกว้างให้ผู้คนได้รับรู้ว่าผู้ครองอำนาจทางการเมืองตอนนี้สร้างความระยำตำบอนให้สังคมชาติมากเหลือเกินแล้วยังมีหน้ากอดเก้าอี้อยู่ได้ ก่อเกิดความเข้าใจตรงกันเป็นพลังเสียงดังขึ้นจากทุกองค์กรสาขาอาชีพหากต้องการให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ภาวะปกติต้องเจรจามีคนกลางบริหารชาติไปสักพักเพื่อเดินหน้าสู่การปฏิรูปประเทศ จากนั้นมีการเลือกตั้ง
ต่างรับรู้กันดี หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่2 ก.พ. ทุลักทุเลขนาดไหน ผ่านมาถึงบัดนี้ ผลการเลือกตั้งไม่สามารถประกาศได้เพราะยังไม่ได้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า รวมไปถึงการเลือกตั้งในเขตที่มีปัญหาต้องรอเลือกตั้งกันอีกรอบหลังสงกรานต์โน่น อีกทั้งไม่ใช่ว่าจะเลือกตั้งได้ง่ายดายซะเมื่อไหร่เพราะยังมึนๆ งงๆ กันอยู่ว่า กกต.สามารถออกประกาศเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือต้องเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง
กกต.ปรารถนาหารือกับรัฐบาล แต่ปรากฏว่าฝ่ายรัฐบาลยึกยักด้วยการมอบให้สองเทพ พงศ์เทพ เทพกาญจนา และวราเทพ รัตนากร ไปหารือกับ กกต. วันที่ 17 ก.พ. ด้วยการออกตัวไว้ก่อนว่าการหารือครั้งนี้ไม่ได้มาในฐานะรัฐบาล แต่มาในนามส่วนตัว เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยปักใจเชื่อหากไปหารือในฐานะครม.จะเข้าทาง กกต.นำไปอ้างทางกฎหมายได้ว่าเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างองค์กรต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจนไปสู่เส้นทางสุดท้ายนั่นคือการเลือกตั้งทั่วไปเป็นโมฆะ ในเมื่อรัฐบาลยังมีความคิดเช่นนี้อยู่เท่ากับขยายภาวะสุญญากาศทางการเมืองออกไปอีกไม่รู้จะจบลงอย่างไร
ดังนั้นสังคมชาติตรองคิดดูฝ่ายใดเตะถ่วงทำให้ชาติก้าวสู่ภาวะแช่แข็งทั้งที่ทางออกง่ายนิดเดียว "ยิ่งลักษณ์ออกไป"







