
ดับที่เหตุ
ในทางพระพุทธศาสนามีคำสอนเอาไว้ว่า เหตุเกิดที่ไหนให้ดับที่นั่น ทุกข์อยู่ที่ไหนให้ดับที่นั่น
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ในทางพระพุทธศาสนามีคำสอนเอาไว้ว่า เหตุเกิดที่ไหนให้ดับที่นั่น ทุกข์อยู่ที่ไหนให้ดับที่นั่น
ปัญหาการเมืองในขณะนี้เกิดจากระบบการเมืองที่บิดเบี้ยว ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะเกิดความพยายามผูกขาดทั้งอำนาจทางการเมืองและอำนาจเศรษฐกิจ
ต้นตอของระบบการเมืองที่มีปัญหามาจากพรรคเพื่อไทย ที่มีรากฐานมาจากพรรคไทยรักไทยในอดีต
การที่พรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักไทยเข้าสู่อำนาจ ชนะเลือกตั้ง หลายครั้งเหตุสำคัญเนื่องจากนโยบายประชานิยมที่ผูกใจคนรากหญ้า
นับตั้งแต่นโยบายพรรคไทยรักไทยในอดีต อาทิ การพักหนี้ชาวนา กองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ จนกระทั่งพัฒนามาเป็นนโยบายประกันราคาข้าว ค่าแรง 300 บาท เงินเดือนขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท รถคันแรก ฯลฯ ของพรรคเพื่อไทย
นโยบายประชานิยมสร้างผลกระทบอย่างมาก ทั้งในแง่การทำลายขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างหนี้สินก้อนมหึมาเอาไว้ เหมือนกับระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ
ทว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รับรู้ถึงอันตรายประชานิยม เนื่องจากมีกระบวนการซุกซ่อนหนี้ไม่ให้ปรากฏ รวมไปถึงประชาชนไล่ตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงคนเมืองต่างได้ประโยชน์จากประชานิยม
แต่ผลจากปัญหานโยบายจำนำข้าวกลายเป็นจุดที่ทำให้คนในสังคม หันมามองและเข้าใจโฉมหน้าอันหลอกลวงของนโยบายประชานิยมมากยิ่งขึ้น
ยิ่งเฉพาะชาวนาที่ได้รับผลโดยตรงจากนโยบายจำนำข้าว ยิ่งรู้แก่ใจเนื่องจากรัฐบาลเบี้ยวหนี้
เงินประกันข้าวเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท กลายเป็นแค่กระดาษได้รับใบประทวน แต่ไม่มีเงินจ่าย ทั้งหมดเกิดจากการทุจริตอย่างมโหฬาร รวมถึงการส่งออกข้าวไม่ได้ ทำให้หมุนเงินมาจ่ายหนี้ไม่ทัน
เหล่านี้ จึงเป็นภาพชัดเจนถึงฉากหลังของนโยบายประชานิยม ว่ามีอันตรายร้ายแรงเพียงใด
และแน่นอนว่าการเบี้ยวหนี้ชาวนากลายเป็นลูกศรย้อนกลับไปปักอกพรรคเพื่อไทย ที่ชูโครงการรับจำนำข้าวหาเสียงกับชาวนามาตั้งแต่แรก
นี่แหละ เหตุเกิดที่ไหน ก็ดับที่นั่นจริงๆ
การเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ด้วยการใช้นโยบายประชานิยมหลอกล่อชาวบ้าน สุดท้ายก็ต้องพังเพราะนโยบายประชานิยม
เป็นกรรมที่ตามทัน เที่ยงแท้แน่นอน ยิ่งทำกับคนจนด้วยการหลอกล่อในตอนแรก และเบี้ยวหนี้ในภายหลัง
อย่างนี้รับรองว่าไม่มีเหลือ







