
ซุกหนี้
มหกรรมขายผ้าเอาหน้ารอด พร้อมๆ กับการหมก ซุก ซ่อนหนี้ครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้น
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
มหกรรมขายผ้าเอาหน้ารอด พร้อมๆ กับการหมก ซุก ซ่อนหนี้ครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้น
ไม่ใช่อื่นไกล นั่นคือโครงการรับจำนำข้าวนั่นเอง
ปัญหาทั้งหมดเกิดจากรัฐบาลหน้ามืดหาเงินให้ชาวนาไม่ได้ อันเนื่องมาจากการขายข้าวไม่ออก ขณะเดียวกันก็ขาดการวางแผนในการออกพันธบัตร สุดท้ายเงินก็เลยขาดมือ
จะหันหน้าไปกู้ยืมแบงก์ไหน ก็โดนปฏิเสธหมด เลยต้องหาทางหลบ จำบัง ซุกซ่อน
ที่ร่ำๆ จะทำมีอยู่ 2 วิธี
วิธีแรกก็คือให้ธนาคารออมสิน ที่เป็นธนาคารของรัฐ ปล่อยเงินกู้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นขั้นตอนแรก
จากนั้นให้ ธ.ก.ส.เอาเงินไปปล่อยกู้ให้ชาวนาอีกทอด โดยมีใบประทวนการจำนำข้าวเป็นหลักประกัน
หรือถ้ามีช่องทาง ก็ให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ให้ชาวนาโดยตรง เพียงแค่เปลี่ยนคำนิยมการให้กู้จากชาวนา เป็นเงินกู้สำหรับลูกค้ารายย่อยแทน
ทั้งหมดคือการซิกแซ็กโดยใช้ธนาคารออมสิน กับ ธ.ก.ส.เป็นตัวกลางสับขาหลอก
ส่วนวิธีที่ 2 จะให้โรงสีข้าวเข้าร่วมขบวนการโยกหนี้แทน
ตามแนวทางที่วางไว้จะให้โรงสีเป็นผู้จ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนาไปก่อน 50% โดยใช้ใบประทวนที่แสดงว่าเป็นข้าวที่อยู่ในโครงการรับจำนำเป็นหลักประกัน
โรงสีใดเข้าร่วมโครงการก็จะได้ดอกเบี้ย 09% เป็นการตอบแทน
สุดท้าย ธ.ก.ส.เจ้าเก่าอีก จะเป็นผู้มาจ่ายค่าข้าวพร้อมกับดอกเบี้ยให้กับโรงสี และจ่ายให้ชาวนาอีก 50% ที่เหลือ
ทั้งสองวิธีมันเหมือนกันก็คือการซุกหนี้ โยกหนี้
ที่แตกต่างกันก็แค่เอาใครมาเป็นตัวกำบังซุกหนี้ ระหว่างธนาคารออมสิน กลุ่มโรงสี หรือ ธ.ก.ส.
แต่สุดท้ายแล้ว เงินที่จะเอามาจ่ายค่าข้าวก็คือเงินแบงก์รัฐและงบประมาณแผ่นดิน
ทั้งหมดแค่คิดก็ผิดแล้ว
เพราะเงินที่จ่ายค่าข้าว ถ้าไปบีบเอามาจากธนาคารแห่งใด ก็เท่ากับเอาเงินฝากมาปล่อยกู้ทั้งสิ้น
เงินเหล่านี้มีเจ้าของไม่ใช่เงินของรัฐบาล จะเอาไปใช้อีลุ่ยฉุยแฉก แม้ว่ารัฐบาลจะต้องมาชดใช้หนี้ให้ภายหลังก็ตามที
และถ้ารัฐบาลติดใจขึ้นมา ขอประทังหนี้ไม่ยอมจ่าย หรือขอเพิ่มหนี้ค่าข้าวไปอีก มันมิวายวอดหรือ
หลายประเทศที่ฉิบหาย อาทิ กรีซ ก็ใช้วิธีซุกหนี้ ซ่อนปมอย่างนี้
ใครที่เกี่ยวข้อง คิดจะเสี่ยงกับการเอาเงินไปปล่อยหนี้ค่าข้าวก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี
เพราะกระบวนการทั้งหมด มันคือการหลบเลี่ยงข้อกฎหมาย เป็นการเลี่ยงบาลีครั้งใหญ่ที่สุด
งานนี้มีคุกเป็นเดิมพัน







