
ปิดตาข้างเดียว
จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง มีการนำอาวุธสงครามยิงปะทะจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง มีการนำอาวุธสงครามยิงปะทะจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปรากฏว่าผู้เกี่ยวข้องในวงการตำรวจและทหารต่างออกมาให้ข้อมูลในลักษณะไม่สอดคล้องตรงกันจนกลายเป็นการตอบโต้รายวันไปแล้ว
อย่างกรณีฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลยิงปะทะกันที่บริเวณแยกหลักสี่ มีนายตำรวจระดับสูงในศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) รีบออกมาแถลงว่ากลุ่มมวลชนต่อต้านรัฐบาลนำอาวุธยิงเข้าใส่มวลชนเสื้อแดงฝ่ายเดียว และพาดพิงไปถึงทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง ปรากฏว่าผู้แทนกองทัพบกแถลงว่ามีการยิงจากสองฝ่าย พร้อมกับเตือนตำรวจหารายละเอียดหลักฐานให้รอบด้านก่อนออกมาแถลง
เช่นเดียวกับล่าสุด กรณีที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนออกมาระบุคนที่ลอบยิง ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนเสื้อแดงอุดร เป็นทหารยศระดับจ่า 3 นาย ปรากฏว่า พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ. แถลงว่า “หากเกี่ยวข้องกับกองทัพทางตำรวจต้องมีหลักฐาน พร้อมระบุชื่อ สังกัด นายทหารที่เกี่ยวข้อง เมื่อไม่มีความชัดเจนถือเป็นการพูดลอยๆ”
หลายต่อหลายครั้งที่ผู้แทนกองทัพเรียกร้องให้ตำรวจพิจารณาทำคดีอย่างรอบคอบ เตือนแล้วเตือนเล่า แต่ปรากฏว่านายตำรวจเหล่านี้คงแถลงเรื่อยเปื่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีเหตุการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมสร้างความรุนแรง ดูเหมือนตำรวจจะทำงานแข็งขัน สรุปคดีได้อย่างรวดเร็ว แต่กับเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมโดนกระทำ หรือกรณีแกนนำโดนข่มขู่วางระเบิด จนถึงป่านนี้กลับไม่เคยมีการแถลงความคืบหน้า
จึงทุบโต๊ะได้เลย แม้นายตำรวจเหล่านี้มีความสามารถ แต่ตอนนี้ขอเก็บความเป็นธรรมเข้าลิ้นชัก โดยเฉพาะในยามคอยรับใช้ผู้มีอำนาจ ต้องปิดตาข้างเดียวทำงานด้วยอีกต่างหาก







