
ก่อนปฏิรูป
จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2556
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2556 จนถึงวันนี้มียอดผู้บาดเจ็บไปแล้ว 550 ราย เสียชีวิต 9 ราย ซึ่งยังไม่มีวี่แววว่าความสูญเสียจะลดน้อยถอยลงไป มีแต่จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งในแง่อาวุธที่ไต่ระดับจากระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ จนมาล่าสุดมีการนำระเบิด RGD5 มาใช้ก่อการอุกอาจกลางเมืองทั้งถนนบรรทัดทองในช่วงกลางวันระหว่างการเดินขบวนเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ต่อเนื่องด้วยเหตุระเบิดที่บริเวณ กปปส.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
แต่ในแง่การดูแลป้องกันระงับยับยั้งเหตุการณ์ความรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ดูจะยังไร้น้ำยา ไม่มีแม้แต่ท่าทีความมุ่งมั่นตั้งใจหาทางสกัดความสูญเสียไม่ให้เกิดขึ้นเพิ่มเติม ไม่ต่างจากรัฐบาลซึ่งควรจะเป็น หัวเรือใหญ่ในการหาทางยับยั้งเหตุการณ์ความรุนแรง ไม่ให้บานปลาย แต่กลับดูลอยตัว
ตรงกันข้ามกับการมุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง หรือการเป็นเจ้าภาพเดินหน้าปฏิรูป ซึ่งรัฐบาลดูจะให้ความสนอกสนใจมากกว่าปัญหาเฉพาะหน้ากับความสูญเสียตรงหน้า ดังจะเห็นจากเวทีปฏิรูปของรัฐบาลนัดที่สองวันที่ 20 ม.ค.นี้ ที่จัดขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ที่เชิญตัวแทนจากพรรคการเมืองเข้าร่วมหารือ
แต่ทุบโต๊ะได้เลยว่าตราบใดที่ปัญหาความรุนแรงยัง ไม่ได้รับการสะสางหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก เส้นทางที่จะพาประเทศก้าวข้ามไปถึงการปฏิรูปคงเป็นไปได้ยากเต็มที







