
จีทูโกง...?
โครงการอื้อฉาวที่เกิดการทุจริตครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ก็คือโครงการรับจำนำข้าว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
โครงการอื้อฉาวที่เกิดการทุจริตครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ก็คือโครงการรับจำนำข้าว
การทุจริตนับตั้งแต่ระดับไร่นา ที่กลุ่มโรงสี นักการเมือง หัวคะแนน ล้วนแต่เข้าร่วมโครงการกดราคารับซื้อจากชาวนา แล้วก็เอาหลักฐานการรับจำนำไปเบิกเงินเต็มตามจำนวน
ยังไม่นับข้าวปลอมข้าวเขมร ข้าวเวียดนาม ข้าวปลอมปน สารพัดโกง
ขณะเดียวกันกระบวนการฝากเก็บ กระบวนการรมยา ก็สร้างความอิ่มหมีพีมัน เบิกเงินกันเพลินจับมือใครดมก็ไม่ได้
สุดท้ายการระบายขายข้าวไม่ว่าจะเป็นการระบายในประเทศ หรือต่างประเทศ ก็ต้องจ่ายค่าหัวคิว เรียกได้ว่าหอบเงินบินไปจ่ายกันไม่หวาดไม่ไหว
นี่แหละ ถึงได้เกิดการขาดทุนอย่างมหาศาลปีละ 2 แสนล้านบาท
ซ้ำร้ายหนี้ข้าวที่เกิดขึ้นมีการซุกซ่อน ปกปิดข้อเท็จจริง ไม่ยอมเปิดเผยตัวเลข ไม่ยอมทำบัญชีกำไร ขาดทุนที่อ้างอิงราคาตลาด กลายเป็นหนี้มหึมาที่รอวันระเบิด
ที่ชาวนาไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว คือสัญญาณชัดเจนว่า โครงการนี้กำลังร่อแร่ ไปไม่รอด เพราะขายข้าวไม่ได้ จะหาเงินมาจ่ายหนี้ก็ลำบากเต็มที
แต่รัฐบาลก็ยังดันทุรังเดินหน้าโครงการต่อไป
กระทั่งเมื่อวานนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหา บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกในฐานะทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว
สรุปสาระง่ายๆ ก็คือที่มีการระบุว่าขายข้าวในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล หรือจีทูจีกับประเทศจีนนั้น ไม่เป็นความจริง
ข้าวที่บอกว่าส่งออกไปจีน กลับกลายเป็นการนำมาเวียนขายในประเทศ
หรือพูดจาภาษาชาวบ้าน ข้าวจีทูจี ป.ป.ช.เห็นว่าทำท่าเป็น ข้าวจีทูโกง...? เสียมากกว่า
นอกจากนั้น ป.ป.ช. ยังให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพิ่มเติม ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ด้วย
สาเหตุเนื่องจากยิ่งลักษณ์รู้ถึงความเสียหาย แต่กลับละเลยไม่ระงับหรือยับยั้ง อันอาจเป็นมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ทั้งหมดคือความจริงที่หนีไม่พ้นแม้ที่ผ่านมา ป.ป.ช. ทำท่าเหมือนอมอะไรตุ่ยๆ พูดจาไม่ชัดถ้อยชัดคำแถมยังขี่หลังเต่าค่อยๆ ตัดสิน แต่สุดท้ายอภิมหาโกงก็ต้องมีบทสรุป
แล้วนี่ยังตีหน้าเศร้า ทำทีจะขอโอกาสกลับมาอีก
ประทานโทษเถอะ
ยังมันปากกันไม่พออีกเหรอ?







