
ใครทำเจ๊ง
กลายเป็นสงครามข่าวสาร เมื่อมีความพยายามสร้างข่าวการชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค. จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กลายเป็นสงครามข่าวสาร เมื่อมีความพยายามสร้างข่าวการชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค. จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง
และที่กำลังชูเป็นประเด็นสร้างแนวร่วม ก็คือการชุมนุมจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง พร้อมยกตัวเลขขึ้นมาราวกับกำลังนั่งเลี้ยงแกะ
แน่นอน การชุมนุมสร้างผลกระทบ เพราะไม่ใช่สิ่งปกติ แต่หากย้อนดูให้ดี อดีตที่ผ่านมาฟ้องชัดเจนว่า ความเสียหายด้านเศรษฐกิจแท้จริงแล้วเกิดจากฝีมือใคร
เริ่มจากโครงการรับจำนำข้าวเจ๊งปีละ 2 แสนล้านบาท 2 ปี หายไปแล้ว 4 แสนล้านบาท
ทั้งหมดยังไม่นับความเสียหายจากตลาดส่งออกข้าวที่ไทยเคยเป็นอันดับ 1 กลับหล่นไปอันดับ 3
ทั้งหมดยังไม่นับถึงกระบวนการผลิตข้าวในประเทศ ที่จากเดิมต้องการยกระดับการผลิตให้เป็นข้าวคุณภาพสูง แต่โครงการรับจำนำข้าวทำให้เกิดการเร่งผลิตข้าวคุณภาพต่ำ เพื่อเอามาจำนำไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพข้าว
ทั้งหมดยังไม่นับหนี้สินก้อนโตที่ซุกซ่อนเอาไว้ กลายเป็นหนี้ของประชาชนทุกคน
หรือสิ่งที่ตั้งใจจะทำในร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท โดยเงินก้อนใหญ่สุด 7-8 แสนล้านบาท จะใช้สำหรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรน
เงินก้อนนี้ไม่มีทางได้คืน ลงไปเท่าใดก็หายไปเท่านั้น เพราะใช้ในระบบการก่อสร้างทั้งหมด
มิหนำซ้ำ โครงการรถไฮสปีดเทรนจะขาดทุนไม่รู้จบสิ้น เนื่องจากค่าโดยสารที่ได้รับไม่เพียงพอต่อค่าบริหารจัดการ ตัวอย่างที่ทนโท่เห็นอยู่คือโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ฟ้องอยู่ชัดเจน
แม้จะอ้างว่า โครงการไฮสปีดเทรน ทำให้เกิดการจ้างงาน เกิดเมืองใหม่ แต่แท้ที่จริงกลุ่มที่ได้ประโยชน์ก็คือบรรดานักการเมืองที่ไปกว้านซื้อที่ดินดักหน้า รวมถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่เครือข่ายของอำนาจรัฐ
กลุ่มคนเหล่านี้จะได้ประโยชน์จากเงินกู้ดังกล่าว แต่หนี้สินจะตกเป็นภาระแก่ประชาชนใช้หนี้ถึงลูกถึงหลานไม่หมดสิ้น
ผลงานแค่ไม่กี่ตัวอย่างก็ทำท่าเจ๊งเป็นล้านล้านบาทแล้ว
ที่สำคัญ ยังไม่นับความเสียหายจากสารพัดโครงการประชานิยม การคอร์รัปชั่น การผูกขาด การใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ทั้งการใช้อำนาจเพื่อผูกขาดทางการเมือง การผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจ
นับความเสียหาย เอาเข้าจริงไม่ต้องบอกว่าใครทำเจ๊งกว่ากัน
แล้วนี่ยังพยายามสร้างเรื่องโกหก ทั้งโกหกสีขาว โกหกสีดำโกหกซึ่งหน้ากันไปเรื่อยๆ
หรือโกหกเสียชินชา จนตัวเองก็แยกไม่ออกเสียแล้ว
ว่าเรื่องไหนเรื่องจริง เรื่องไหนโกหกกันแน่







