
โศกนาฎกรรมเลือกตั้ง
เมื่อฝ่าฝืนข้อกำหนด ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง จะลาออกหรือประกาศวางมือการเมืองไปเลย
โดย...อสนีบาต
แม้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา กำหนดให้มีวันเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ. 57 แต่เกิดคำถามคาใจในหมู่ชนถึงวันนั้นจะมีเลือกตั้งจริงหรือ
ประการแรก ถ้ากรรมการการเลือกตั้งยังอยู่ครบทุกคน ประการสอง แต่ละพรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ครบทุกพื้นที่ตามกฎหมายกำหนด การเลือกตั้งดำเนินต่อไป
แต่ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองอึมครึม จากการชุมนุมของกลุ่มมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเปิดทางตั้งสภาประชาชนหรือชื่อองค์กรอะไรก็ตามเพื่อปฏิรูปการเมือง สอดรับกับข้อเสนอขององค์กรภาคธุรกิจเอกชน ควรมีการปฏิรูปการเมือง ให้นักการเมืองทำสัญญาประชาคมก่อนมีการเลือกตั้ง ดูจะทำให้เป็นจุดชี้ขาดประเทศเหมือนกันว่าถ้าดันทุรังให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. โดยไม่แยแสต่อข้อเสนอเหล่านี้ การเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความราบรื่นหรือไม่
ระยะเวลานับจากนี้ถึงวันเลือกตั้ง ตรองคิดดู หากมีการปฏิรูปการเมืองชนิดยกเครื่องด้วยการเปิดเจรจาให้ได้มาซึ่งองค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นที่ยอมรับเพื่อทำการปฏิรูปการเมือง จากนั้นต้องกำหนดวาระของการสร้างบ้านแปลงเมืองกันใหม่ เมื่อนับวันตามปฏิทิน มีเวลาเพียงแค่เดือนเศษคงไม่เพียงพอกับการปลุกปั้นวาระแห่งชาติ
ถ้าคิดว่าทัน ก็ออกมาในลักษณะร่างพิมพ์เขียว แต่ก็ไม่รู้จะนำไปใช้กับใครได้
เว้นเสียแต่ ลากคอบรรดานักการเมืองที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ลงนามสัญญาประชาคมให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในพิมพ์เขียว โดยใครก็ตามได้รับเลือกเข้าสภาถือครองอำนาจรัฐ ถ้าไม่ปฏิบัติตามพันธะสัญญาเหล่านี้ ต้องแสดงความรับผิดชอบยุบสภา ลาออกโดยไม่ชักช้า
คราวนี้ต้องถามใจบรรดานักการเมืองผู้อ้างตนมาจากประชาชนจะยอมรับพันธะสัญญาก่อนเลือกตั้งหรือ
สมมุติและสมมุติว่าในร่างพิมพ์เขียว กำหนด ให้ผู้เข้ามาบริหารประเทศ ฝ่ายนิติบัญญัติเสียงข้างมาก ห้ามออกกฎหมายนิรโทษกรรมเอื้อคนโกงบ้านกินเมืองอีกต่อไป ห้ามบริหารประเทศเพื่อพวกพ้อง ด้วยการหาช่องทางอำนวยความสะดวกให้วงศ์วานที่มีคดีหลบหนีอยู่ต่างประเทศได้กลับบ้านอย่างเท่ห์ๆ พร้อมสาบานตนต้องเคารพอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ อย่าได้จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันเบื้องสูง หยุดให้ท้ายนักชุมนุมอาชีพออกมาปลุกระดมให้ผู้คนเกลียดชัง ฆ่าล้างกันเอง
ยังไม่นับรวมห้ามตระกูลการเมืองมีคดีโกงบ้านกินเมืองลงสมัครรับเลือกตั้ง ดูจะโหดเกินไปเดี๋ยวหาว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยไปอีก
แต่เอาแค่สองสามข้อข้างต้นแล้วกัน เมื่อฝ่าฝืนข้อกำหนด ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง จะลาออกหรือประกาศวางมือการเมืองไปเลย
มิพักกล่าวถึงมาตรการของมวลมหาประชาชนเตรียมเคลื่อนไหวต่อต้านการเลือกตั้ง เริ่มมีคำตอบในใจกันแล้วถึงมาตรการโนโหวต เรียกร้องให้พรรคการเมืองใหญ่ต่อต้านรัฐบาลเถื่อนที่กำลังกลับมามีอำนาจด้วยการไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง
เมื่อถึงวันเลือกตั้ง วันนั้นก็คงเป็นโศกนาฎกรรมทางการเมืองที่ดูไม่จืดแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงย้อนกลับไปที่หมุดหมายเดิมกับข้อเรียกร้องให้มีการตั้งสภาประชาชนเพื่อปฏิรูปการเมือง จึงต้องเริ่มจากนายกฯลาออกก่อน เปิดช่องทางให้ประชาชนได้ใช้อำนาจประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยทุกภาคส่วน เช่น ภาคธุรกิจเอกชน กลุ่มองค์กรประชาชนทุกเฉดสี กลุ่มตัวแทนข้าราชการ แต่ที่สำคัญยกเว้น นักการเมืองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการรอลงเลือกตั้ง เข้ามาร่วมออกแบบประเทศไทย นี่แหละถึงจะเป็นการปฏิรูปการเมืองโดยประชาชนก่อนส่งมอบอำนาจให้นักการเมืองนำไปใช้อย่างแท้จริง
"เข้าใจไหมทักษิณและยิ่งลักษณ์"







