
ไปไม่ไหว
สัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างชัดเจน
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
สัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างชัดเจน
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ขยายตัว 2.7% ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 2.9% ทำให้ 9 เดือนแรกของปีนี้ เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.7%
ส่วนปี 2556 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 3% จากก่อนหน้านี้ที่ประเมินไว้ที่จะขยายตัว 3.8-4.3% เป็นการปรับประมาณการลงเป็นครั้งที่ 3
ประเด็นที่ต้องเงี่ยหูฟังเอามากๆ ก็คือ การส่งออก ที่สภาพัฒน์คาดว่า จะขยายตัว 0% หรือไม่ขยายตัวเอาเลย
นี่แหละ สัญญาณความอ่อนล้าอย่างชัดเจน
แม้จะมีความพยายามอธิบายว่า การที่ส่งออกไม่ดี แต่หากรัฐบาลสามารถลงทุนในสารพัดโครงการเงินกู้ได้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น
ทั้งหมดเป็นคำอธิบายที่ถูก แต่ถูกครึ่งเดียว หรือพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว
การกระตุ้นการลงทุน การบริโภคในประเทศ จะไม่ใช่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะเมื่อหมดแรง หมดเงินเมื่อไหร่ เศรษฐกิจจะฟุบลงทันตา เหมือนในปีนี้ที่หลากหลายนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้สิ่งที่เรียกว่าประชานิยม อ่อนแรงลง สิ่งที่ตามมาก็คือเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
ที่สำคัญการอัดฉีดเงินของรัฐ สิ่งที่จะตามมาก็คือหนี้สินท่วมหัว
ในระบบเศรษฐกิจ การส่งออกจึงมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นการหาเงินเข้าประเทศ ไม่ใช่การกู้เงิน สร้างหนี้มาใช้จ่าย
ปัญหาการส่งออกมีการพูดกันหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้มีการแก้ไขเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
มิหนำซ้ำ ยังมีนโยบายบางประการที่ทำให้การส่งออกมีปัญหาด้วยซ้ำ อาทิ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่ทำให้ต้นทุนการส่งออกเพิ่มขึ้น
รัฐบาลประกาศว่า หากขึ้นค่าแรง 300 บาท หากอุตสาหกรรมใดมีปัญหาก็ไล่ให้ไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้ผลทั้งหมดออกมาชัดในแง่การส่งออกที่หดตัว
ในอดีตเคยมีบางช่วงที่เกิดปัญหาการส่งออกหดตัวเป็นศูนย์มาแล้ว อาทิ ในปี 2539 ที่การส่งออกของไทยไม่ขยายตัว ผลที่ตามมาคือวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่
ลองดูกันอีกทีว่าปีนี้ที่การส่งออกกลายเป็นศูนย์จะเกิดอะไรขึ้น จะซ้ำรอยประวัติศาสตร์หรือไม่
การเมือง เศรษฐกิจ มักมีความเกาะเกี่ยวกันอย่างแยกไม่ออก
และที่สำคัญ ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยอยู่เสมออีกเช่นกัน







