ไปทางไหน

วันที่ 13 พ.ย. 2556 เวลา 08:44 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

สถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร คงเป็นคำถามที่ค้างคาใจอยู่ในขณะนี้

ประเด็นสำคัญที่จะกำหนดทิศทางก็คือการชุมนุมของประชาชน โดยจุดใหญ่ก็คือถนนราชดำเนิน และกระจายเป็นกลุ่มอื่นๆ อีก

เงื่อนปมของเรื่องมันมาขมวดที่จะเดินหน้า หรือหยุดกันเท่านี้พอ

ทั้งหมดต้องเริ่มจากเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการรวมตัวกันครั้งใหญ่ก็คือการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จึงทำให้พลังประชาชนทุกสาขาอาชีพออกมาแสดงความเห็นคัดค้าน

เป็นการแสดงให้เห็น เป็นพลังประชาชนของจริง ไม่ใช่ม็อบเติมเงิน

สิ่งที่ตามมาก็คือการถอยสุดซอยของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย โดยพยายามลดเงื่อนไขทั้งหมดของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

นี่แหละ จึงกลายเป็นทางสองแพร่ง

ทางแรก ยุติการชุมนุม โดยเหตุผลก็คือร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีเค้าลางจะยุติลงไปแล้ว

หนทางนี้เริ่มมีการผลักดัน สร้างกระแสมากยิ่งขึ้น

ยิ่งเฉพาะเมื่อรัฐบาลพ้นช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน นั่นก็คือประเด็นปราสาทพระวิหาร ที่ศาลโลกตัดสินออกมาชนิดที่เรียกว่า สูญเสียน้อยกว่าที่เคยคาดเอาไว้

กระแสเสียง ให้หยุดเถิด จึงบังเกิดในขณะนี้

แต่อีกทางก็คือ การชุมนุมยืดเยื้อไปต่อ

เป็นการใช้รากฐานเดิมก็คือการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่แม้รัฐบาลพรรคร่วมรัฐบาลออกมาแถลงยืนยันแล้วจะไม่แตะต้องอีก ก็ยังไว้เนื้อเชื่อใจไม่ได้

ทว่าการเคลื่อนไหวต่อจำเป็นต้องพัฒนาอารมณ์ร่วมของประชาชน โดยเฉพาะต้องมีประเด็นที่เพิ่มเติมขึ้นมาอีก

ไม่เช่นนั้นการวนเวียนซ้ำไปมากับหัวข้อเดิมๆ อีกไม่นานก็จะสร้างปัญหา

เพราะประชาชนจะตั้งข้อสงสัย มาชุมนุมกันทำไมกับเรื่องที่ไม่มีความคืบหน้า หรือไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ สักที

อารยะขัดขืน เวอร์ชั่นแรกที่ออกมา ต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องมีการแก้ไขกลายเป็นเวอร์ชั่น 2 เวอร์ชั่น 3 ฯลฯ

จากอารยะขัดขืน ก็ต้องมีความคืบหน้า เข้มข้น ไม่เช่นนั้นก็เก็บเวที โบกมือลา

นี่แหละ คืออีกหนทางสำหรับการชุมนุม

และคำตอบสุดท้ายว่า เรื่องทั้งหมดลงเอยไปทิศทางไหน จบหรือเดินหน้าต่อ?

เรื่องนี้คงต้องไปถามประชาชนที่มาแสดงสิทธิ แสดงพลัง

และถามใจตัวเองดีกว่า

จะเลือกกันทางไหน