
นับถอยหลัง
ช่วงเวลาต่อไปนี้ ทุกสายตาจับจ้องไปที่สถานการณ์ทางการเมือง เมื่อสภาผู้แทนราษฎรเริ่มประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ช่วงเวลาต่อไปนี้ ทุกสายตาจับจ้องไปที่สถานการณ์ทางการเมือง เมื่อสภาผู้แทนราษฎรเริ่มประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะผ่านการพิจารณาวาระ 3 อย่างแน่นอน เนื่องจากจำนวน สส.ที่เกินพอของซีกรัฐบาล
จากนั้นจะเป็นขั้นตอนส่งต่อไปยังวุฒิสภา
แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่อยู่ในสภา ทว่าเป็นผลที่ต่อเนื่องในการสร้างแรงกระเพื่อมออกนอกสภาเสียมากกว่า
สาเหตุเนื่องจากมีการประกาศอย่างแน่ชัด ถ้าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่านวาระ 3 จะเกิดการเป่านกหวีด ระดมพลประท้วง
การผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีการอธิบายว่า เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ สร้างความเป็นธรรมทุกฝ่าย ให้ทุกอย่างกลับไปที่จุดตั้งต้นเดิมก่อนเกิดปัญหาความแตกแยกในบ้านเมือง
ทว่า สิ่งที่จะตามมากลับไม่เหมือนที่อธิบายเอาไว้
บรรยากาศไม่แคล้วจะตีกันรอบใหม่
อุณหภูมิและความเสี่ยงของประเทศเพิ่มขึ้นทันที
ทั้งหมดจะกระทบกับเสถียรภาพทางการเมือง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้
ประเด็นที่ต้องจับตาเริ่มจากม็อบคัดค้านจะมีขนาดใหญ่โตเพียงใด
การคัดค้านจะขยายวงออกไป ประเด็นอื่นๆ ที่รออยู่ อาทิ ปมปราสาทพระวิหารหรือไม่
ม็อบจะยืดเยื้อ ยาวนาน หรืออยู่ระยะเวลาอันสั้น
นอกจากม็อบฝ่ายคัดค้านแล้ว ยังจะมีม็อบของฝ่ายสนับสนุนหรือไม่ ในลักษณะม็อบเจอม็อบ
และจะเกิดการปะทะ เกิดความรุนแรง เกิดปัญหาต่อเนื่องอีกมากขนาดไหน
เหล่านี้คือปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบ
ส่วนที่พอมองออกได้ก็คือ เศรษฐกิจจะยิ่งย่ำแย่ลงไปกว่าเดิม
เศรษฐกิจของประเทศเข้าสู่ภาวะชะลอตัว หายไปทั้งการส่งออก กำลังซื้อของประชาชนก็ชะงักงันไปเรียบร้อย
สถานการณ์ที่กำลังคุกรุ่นจะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นหดหายลงไปอีก เพราะเป็นความเสี่ยงที่ปลายเปิด โดยเฉพาะอาจไม่ใช่ศึกครั้งสุดท้ายเสียด้วยซ้ำ
ถึงเคยบอกไว้ว่า เวรกรรมจริงๆ บ้านเมืองนี้เหมือนอยู่กันไป ตีกันไปไม่มีจุดสิ้นสุด
นาทีนี้ยังมองหาทางออกไม่เจอ







