ไม่ขี้ขลาดหนีคดี

วันที่ 29 ต.ค. 2556 เวลา 08:42 น.
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

ถือว่าทำหน้าที่ทนายแผ่นดินครบถ้วนตามนัดหมาย หลังจากก่อนหน้านี้โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดแถลงไม่สั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีก่อการร้าย มาล่าสุดก็แถลงคดีสำคัญอีกคดี โดยระบุอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในคดีสั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงปี 2553

คราวนี้อัยการสูงสุดตั้งข้อหาหนักหน่วง ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตาย ซึ่งโทษสูงสุดต้องประหารชีวิต นอกจากนี้ยังมีการตีความกฎหมายอ้างว่า ทั้งสองไม่ได้เข้าข่ายความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการมาตรา 157 ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะดำเนินการไต่สวน

กล่าวได้ว่า ทนายแผ่นดินปิดช่องไม่ให้ ป.ป.ช.นำไปไต่สวนได้ ทั้งที่เคยมีคดีในลักษณะคล้ายคลึงกันอย่างนี้ เช่น คดีในยุครัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สั่งสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จนเป็นเหตุให้มีการเสียชีวิต เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 กลับมีการนำเรื่องสู่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดตามมาตรา 157

ไม่ว่าอัยการสูงสุดจะถูกวิจารณ์เลือกปฏิบัติหรือสองมาตรฐานก็ตาม แต่สำหรับผู้ต้องหาอย่างอภิสิทธิ์และสุเทพ คงรักษามาตรฐานเดิมไม่เปลี่ยนแปลงตามที่เคยยืนยัน นับตั้งแต่เป็นรัฐบาลและฝ่ายค้าน ด้วยการพร้อมต่อสู้คดีพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ขอรับนิรโทษกรรม

ที่แน่ๆ คำประกาศของทั้งสองคนเป็นการทุบโต๊ะให้เห็นว่า เมื่อถูกสั่งฟ้องก็ไม่เผ่นหนีออกนอกประเทศให้ถูกตราหน้าเป็นคนขี้ขลาดหนีคดีเหมือนนักการเมืองบางคน