
ติดกับ
เหมือนกับว่า รัฐบาลกำลังติดกับขยับไม่ออก โดยนโยบายเกือบทุกด้านกลายเป็นปัญหาผลักดันไม่ออก จนยากจะขยับไปทางไหน
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เหมือนกับว่า รัฐบาลกำลังติดกับขยับไม่ออก โดยนโยบายเกือบทุกด้านกลายเป็นปัญหาผลักดันไม่ออก จนยากจะขยับไปทางไหน
นโยบายสังคมก็ไม่ชัดเจน นโยบายความมั่นคงก็ยังมีปัญหา นโยบายเศรษฐกิจติดหล่มลึก
เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด กำลังซื้อหดหายจนกลายเป็นความเงียบเหงา
ยิ่งเฉพาะปมจำนำข้าว กลายเป็นหลุมดำดูดทุกสิ่งทุกอย่าง
และรวมไปถึงความเชื่อถือในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลก็หายไปกับนโยบายจำนำข้าวด้วย
ถามว่า รัฐบาลรู้ไหม อะไรกำลังเกิดขึ้น
คำตอบก็คือ รู้ และรู้ดีด้วย
รู้ว่าการจำนำข้าวขาดทุน รู้ว่าข้าวที่จำนำเข้ามาจะเป็นปัญหาหมักหมม สะสางได้ยาก รู้ทุกสิ่ง รู้ทุกอย่าง
แต่เหมือนคนใบ้กินบอระเพ็ด จะบอกก็ไม่ได้ จะพูดความจริงก็ไม่ถูก คิดจะเลิก คิดจะเปลี่ยนแปลง แต่ก็ทำไม่ได้
อย่างเคยคิดจะลดราคาจำนำลงมา แต่ ไปๆ มาๆ ก็ถอนตัวไม่ได้
สิ่งที่ทำได้ก็คือ เดินหน้า ลากกันไปเรื่อยๆ
ที่หวังไว้ก็คือผลผลิตทั้งโลกจะขาดแคลน จนทำให้ปริมาณข้าวในตลาดโลกลดต่ำลง และสต๊อกที่มีอยู่จะระบายขายออกไปได้
ทว่าแม้จะจุดธูปบนบานมากมายเพียงใด สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่เกิด
สิ่งที่ทำได้ก็คือการดึงเกมให้ยืดยาวออกไปก่อน มีอะไรคว้าได้คว้าไว้ก่อน
ที่ใกล้มือในขณะนี้ก็คือสัญญาขายข้าวให้จีน ที่จะมีการบินไปเจรจาในเดือน พ.ย.ที่จะถึง
แน่นอน การเดินทางไปจะต้องมีสัญญาขายข้าวติดมือกลับมาฝาก
สาเหตุเพราะในระยะยาวจีนต้องการเป็นผู้วางระบบโครงการขนส่งระบบรางในประเทศไทย ทั้งระบบรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง การซื้อข้าวในเบื้องต้นก็ไม่ต่างจากการวางมัดจำ สร้างความสัมพันธ์ไว้ก่อน
อย่างไรก็ตาม คำสั่งซื้อข้าวจากจีนก็ไม่เพียงจะแก้ไขปัญหาที่มีอยู่
และเชื่อเถอะ การแก้ไขนโยบายข้าว หรือ Set To Zero แน่นอน ไม่มีใครกล้าเดินหน้าโครงการรับจำนำไปตลอดหรอก
ประเด็นสำคัญก็คือจะแก้ไขกันเมื่อไร อย่างไร
ในทางการเมืองมีการมองว่า นโยบายข้าวจะแก้ไขก็ต่อเมื่อมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่
นั่นแหละ คือจุด Set To Zero
และการเลือกตั้งใหม่อาจไม่ไกลอย่างที่คิด







