
พรบ.ไม่มั่นคง
ที่จริงการใช้กม.มั่นคงจะไม่เกิดขึ้นเลย หากผู้มีอำนาจรัฐไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความแตกแยกขึ้นมาก่อน
โดย....อสนีบาต
หากการวิเคราะห์ข่าวของฝ่ายความมั่นคง สรุปการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยังมีเป้าประสงค์จะยึดทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา เพื่อหวังสร้างเงื่อนไขกดดันรัฐบาลยิ่งลักษณ์พ้นแผ่นดินจนทำให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดพิเศษ ต้องตัดสินขยายเวลาการประกาศใช้พรบ.มั่นคงภายในราชอาณาจักร ออกไปอีกเป็นวันที่ 19 ต.ค.- 30 พ.ย. คงต้องบอกว่า เป็นการวิเคราะห์อันแสนห่วยแตกที่สุด
เนื่องจากประเมินจากปริมาณผู้ชุมนุม กอปรกับศักยภาพแกนนำในการเคลื่อนขบวน ไม่สามารถเขย่ารัฐบาลให้สั่นไหวได้แม้แต่น้อย ตรงกันข้ามการระดมกำลังตำรวจทั่วสารทิศ มากกว่าผู้ชุมนุมชนิดห่างกันถึงสามเท่าตัว เพียงแค่นี้ไม่ต้องเปลืองภาษีจัดทำเอกสารร้อยกว่าหน้ารายงานเบื้องบน ย่อมมองออกอยู่แล้ว คปท.จะเอาไพร่พลที่ไหนไปยึดทำเนียบและรัฐสภา
เดิมทีไม่ใช่แค่รัฐบาลต้องการขยายเวลาประกาศใช้พรบ.มั่นคงฯ แต่มีความตั้งใจจะขยายพื้นที่ควบคุมออกไปถึงแยกอุรุพงษ์และบริเวณโดยรอบด้วยซ้ำ แต่มาฉุกคิดได้ แค่ขยายเวลาออกไปก็โดนประชาชนถล่มจนน่วมจากการปิดเส้นทางจราจรรอบทำเนียบและรัฐสภา ขืนขยายพื้นที่ ปิดเส้นทางจราจรแยกอุรุพงษ์และบริเวณโดยรอบ สภาพถนนหนทางจากนี้คงไม่ต่างกับน้องๆแยกราชประสงค์ในยุคแกนนำแดงเผาเมือง ปลุกระดมปิดถนนหัวใจทางเศรษฐกิจ
ข้อดีอย่างเดียวที่ได้จากการประกาศใช้พรบ.มั่นคงไปถึงสิ้นเดือนพ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาสับเปลี่ยนกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยจะได้สะสมเบี้ยเลี้ยง เหมือนเปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนจากการจับโจรผู้ร้ายมารอไล่จับเงาผู้ชุมนุมแทนแต่ได้เบี้ยเลี้ยง ส่วนจะได้เบี้ยเลี้ยงเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากการมานั่งนอน เรียกรวมพล แสดงแอ็คชั่นไปวันๆหรือไม่ อันนี้ก็ขอให้ไปแสดงความหาญกล้าทวงถามจากผู้บังคับบัญชาตามสายงานกันดูแล้วกัน
สำหรับข้อเสียมีมากมาย ประการแรกตำรวจไทยก็เป็นกระโถนท้องพระโรงให้ประชาชนตำหนิในทำนอง”จะยกกำลังมาทำไมตั้งหลายพันนาย” แทนที่เอาเวลาไปบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาราษฎร์ แต่กลับมารวมพลังสร้างสัญลักษณ์ความเกลียดชังในสายตาประชาชน
ประการสอง หนีไม่พ้นถูกตั้งข้อสังเกตต่อสถานการณ์กรุงเทพฯขณะนี้ กำลังใกล้เข้าสู่เหตุความไม่สงบรายวันเลียนแบบแดงเผาเมืองกันแล้วหรืออย่างไรถึงได้ขยายการใช้พรบ.มั่นคงฯ ซึ่งไม่ต่างกับการขยายเวลาประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไรอย่างนั้น
ประการสาม สังคมระบอบประชาธิปไตยของบ้านนี้เมืองนี้ ที่ประชาชนมีสิทธิมีเสียงในการแสดงออกและเคลื่อนไหวทางการเมืองภายใต้กรอบกฎหมายกำหนด แต่กำลังเกิดคำถาม การใช้พรบ.มั่นคงพร่ำเพรื่อเป็นการละเมิดสิทธิการชุมนุมหรือไม่ เพราะมีการจำกัดอาณาเขตห้ามเข้าพื้นที่ ไม่ได้รับความปลอดภัยถูกคุกคามลอบทำร้าย ตรงกันข้ามกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลที่ชุมนุมต่อต้านองค์กรอิสระขณะนี้ กลับได้รับการเปิดทางนำขบวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลเป็นอย่างดี นี่คือมาตรฐานเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุม
ที่จริงการใช้กม.มั่นคงจะไม่เกิดขึ้นเลย หากผู้มีอำนาจรัฐไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความแตกแยกขึ้นมาก่อน นับตั้งแต่สุมไฟแก้ไขรธน. และกำลังสำแดงธาตุแท้ในที่ประชุมกรรมาธิการพิจารณาร่างกม.นิรโทษกรรมการชุมนุมทางการเมือง ด้วยการให้นิรโทษกรรมผู้ถูกองค์กร สมัยรัฐประหาร 49 แต่งตั้งขึ้นชี้ว่ามีมูลความผิด ไม่ต้องรับผิดอีกต่อไป
ถ้าเป็นอย่างนี้ต้องขอแสดงความยินดีล่วงหน้าแด่นักโทษหนีคดีในต่างแดน เตรียมตัวกลับมาบ้านอย่างเท่ห์ๆ แต่ก่อนถึงวันนั้นคงได้ลิ้มรสสถานการณ์เรียกแขกครั้งใหญ่ ท้าทายพรบ.มั่นคงฯ ที่จะไม่มั่นคง กันก่อนได้เลย







