
ไม่ฟังศาลพังแน่
การเมืองในบริบทการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ที่มาของ สว.กำลังเข้าสู่หัวโค้งที่สำคัญ เมื่อศาล รธน.ได้รับคำร้องของกลุ่ม 40 สว.และพรรคประชาธิปัตย์ไว้พิจารณาวินิจฉัย
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
การเมืองในบริบทการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ที่มาของ สว.กำลังเข้าสู่หัวโค้งที่สำคัญ เมื่อศาล รธน.ได้รับคำร้องของกลุ่ม 40 สว.และพรรคประชาธิปัตย์ไว้พิจารณาวินิจฉัย ว่าการแก้ไขดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
แต่การยื่นทูลเกล้าฯ ถวายร่างแก้ไข รธน.ของนายกฯ ยังไม่น่าใช่ปัญหามากเท่ากับท่าทีของพรรคเพื่อไทย ที่แสดงจุดยืนแบบมีธงชัดเจนว่าไม่ยอมรับอำนาจศาล รธน.
โดยนับตั้งแต่ศาล รธน.รับคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไข รธน.จากหลายฝ่ายไว้หลายฉบับ ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องออกมาแสดงความคิดเห็นตอบโต้การทำงานของศาล รธน. ว่ากำลังใช้อำนาจแทรกแซงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ
ไม่เพียงเท่านี้ บรรดาแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในพรรคเพื่อไทยพยายามสื่อสารไปยังมวลชนของตัวเองให้ทราบถึงจุดยืนของพรรคด้วย โดยหวังว่าจะใช้เป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันการทำงานของศาล รธน.
จากความเคลื่อนไหวดังกล่าว จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าจะไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาล รธน. ในอนาคตหากให้การแก้ไข รธน.เป็นอันตกไปและอาจดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่สร้างปัญหาละเอียดอ่อนได้ ทั้งที่ รธน.มาตรา 216 ตอกย้ำชัดเจนว่า “คำวินิจฉัยของศาล รธน.ให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ”
ดังนั้น ทุบโต๊ะ ไว้เลยว่า ถ้าฝ่ายเสียงข้างมากแสดงความเป็นปฏิปักษ์และปฏิเสธการทำงานของศาล รธน. จะนำมาซึ่งความวุ่นวายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







