
เชลียร์เกินงาม
เป็นอีกครั้งของการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่ามีพฤติกรรม “ปิดหูปิดตาประชาชน” อยู่เป็นอาจิณ
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
เป็นอีกครั้งของการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่ามีพฤติกรรม “ปิดหูปิดตาประชาชน” อยู่เป็นอาจิณ
คราวนี้หวยออกที่รายการคนค้นฅน ในตอน ศศิน เฉลิมลาภ “388 กิโลเมตร จากป่าสู่เมือง” ซึ่งเดิมกำหนดออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ อสมท โมเดิร์นไนน์ ทีวี วันที่ 28 ก.ย. แต่ถูกระงับออกอากาศกะทันหัน
ผู้บริหาร อสมท ให้เหตุผลว่า ผู้ผลิตรายการคนค้นฅนนำเสนอข้อมูลด้านเดียว เพราะไปสัมภาษณ์ชาวบ้านที่คัดค้านการสร้างเขื่อน แต่ถ้าคนค้นฅนไปสัมภาษณ์อีกฝ่ายหนึ่งมาเพิ่มเติมในสกู๊ปยินดีให้ออกอากาศ
แถมผู้บริหาร อสมท รายนี้ยืนยันอย่างชัดแจ้ง รัฐบาลไม่ได้แทรกแซงหรือสั่งระงับออกอากาศ แต่เป็นฝีมือการตัดสินใจของกองเซ็นเซอร์ อสมท ล้วนๆ
คงยากที่ผู้ผลิตรายการคนค้นฅนจะทัดทานได้ เนื่องจาก อสมท มีอำนาจในการที่จะให้ผู้ผลิตรายการใดออกหรือไม่ออกอากาศ หรือจะสั่งให้ผู้ผลิตไปต่อเติมเสริมแต่งเพื่อให้สกู๊ปนั้นๆ เป็นไปตามแรงปรารถนาของ อสมท เพื่อประชาชนที่ได้เสพชมเวลานั้นจะได้ใหลหลงเชื่อตาม ติดเรตติ้งยอดเยี่ยมที่หนึ่งเลย
แต่วิธีการดังกล่าวก็ย่อมทำให้ผู้ที่อยู่ในวงการข่าวสาร มีสิทธิ ทุบโต๊ะ ได้เช่นกันว่า การระงับออกอากาศครั้งนี้กลับเป็นผลเสียต่อ อสมท ชนิดที่ไม่น่าเชื่อเลยว่ากองเซ็นเซอร์แยกไม่ออกระหว่างการนำเสนอสกู๊ปเชิงสารคดีเรื่องราวชีวิตคนที่ไม่จำเป็นต้องลากไมค์ไปสัมภาษณ์ฝ่ายหนุนและคัดค้านเสมอไป เพราะมันเป็นคนละเรื่อง อีกทั้งอาการเคร่งครัดฉุกเฉินแบบนี้ทำให้ถูกมองได้ว่าเพื่อชิงเอาใจรัฐบาลนั่นเอง







