
ยาวแน่ๆ
เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างชัดเจน โดยหลุดทุกแนวรับ รายงานที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างชัดเจน โดยหลุดทุกแนวรับ
รายงานที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอต่อ ครม.ครั้งล่าสุด แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจในเดือน ก.ค. ยังอยู่ในภาวะถดถอย
การใช้จ่ายภาคครัวเรือนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีการบริโภคภาคเอกชนที่หดตัว 0.7% เทียบกับเดือน มิ.ย. ที่ขยายตัว 0.4% ที่สำคัญการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มลดลง 1.7% การจำหน่ายรถยนต์นั่งลดลง 22.1% เทียบกับไตรมาสแรกที่ขยายตัว 121.8% และไตรมาส 2 ขยายตัว 5.2%
ขณะเดียวกัน การลงทุนภาคเอกชนหดตัว 5.4% เทียบกับไตรมาส 2 ที่หดตัว 2.8% และการนำเข้าสินค้าทุนลดลงต่อเนื่องใน 2 ไตรมาสแรก แสดงให้เห็นถึงการถดถอยด้านการลงทุนที่ชัดเจน เพราะเมื่อมีการนำเข้าสินค้าทุนลดลง ก็เท่ากับการผลิตจะต้องลดลงตามไปด้วยในอนาคต
การส่งออกยังคงชะลอ โดยหดตัวลดลง 1.3%
ภาวะเช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นถึงสภาพที่แท้จริง โดยใครจะมาเสกเป่า สรรค์สร้างภาพลวงตาก็ยากที่จะกระทำได้
ทั้งหมดจึงเหลือแต่การใช้จ่ายภาครัฐที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ภาระที่รัฐบาลสร้างไว้กำลังตามมาหลอก มาหลอน และสถานะทางการเงินภาครัฐอยู่ในสภาพเป็นหนี้สินพ้นตัว
นโยบายประชานิยมหลากหลาย กำลังจะย้อนกลับ สร้างความเสียหาย และกินตัวเอง
ตัวอย่างเช่น นโยบายข้าวที่ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุว่า ธ.ก.ส.ใช้เงินในการรับจำนำข้าวไปแล้ว 6.7 แสนล้านบาท เกินกว่ากรอบที่ ครม.กำหนดไว้ว่าไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยเงินที่เกินเป็นเงินสำรองของ ธ.ก.ส.
แต่ ธ.ก.ส. จะไม่จ่ายเงินสำรองเกินกรอบวงเงินที่กำหนด 5 แสนล้านบาทอีกต่อไป จึงเป็นหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งระบายข้าว และรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังจะต้องเร่งหาเงินมาใช้คืนในวงเงินที่ ธ.ก.ส. สำรองออกไปก่อน
นี่แหละข้อมูลต่างๆ ที่ยืนยันปัญหาประชานิยมจะกลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ กลายเป็นอภิมหาหนี้ที่ลากทุกอย่างลงสู่หลุมดำ
ขณะที่หนี้เก่ายังไม่จบ รัฐบาลจะทำก็คือการกู้หนี้ก้อนใหม่อีก 2 ล้านล้านบาทอีก ท่ามกลางความไม่พร้อม ข้อสงสัยของสารพัดโครงการ และความอื้ออึงของพฤติกรรมคอร์รัปชั่นที่กำลังเกิดขึ้น
อนาคตคงไม่ต้องพูดถึงกระมังว่า มันจะจบกันเยี่ยงไร







