
ต้องแก้ทั้งระบบ
น่าสนใจไม่น้อยกับท่าทีของพรรคเพื่อไทยหลังจากส่งสัญญาณว่าจะล้มการสร้าง “สภาผัวสภาเมีย” ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
น่าสนใจไม่น้อยกับท่าทีของพรรคเพื่อไทยหลังจากส่งสัญญาณว่าจะล้มการสร้าง “สภาผัวสภาเมีย” ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.
ทั้งนี้ เดิมทีในร่างแก้รัฐธรรมนูญเมื่อครั้งพิจารณาในวาระที่ 1 ได้มีการบัญญัติข้อห้ามไม่ให้เครือญาติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลงสมัคร สว. โดยใช้ถ้อยคำว่า “บุคคลผู้มีคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้ง สว. ต้องไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ทว่าพอเข้าสู่ชั้นคณะกรรมาธิการกลับได้ตัดข้อความนี้ออกทั้งหมด
ทันทีที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่รัฐสภาในวาระที่ 2 เกิดกระแสต่อต้านรุนแรงและมีผลให้การประชุมเป็นไปอย่างล่าช้า จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยในฐานะเสียงข้างมากต้องยอมถอยเพื่อแลกกับการให้การประชุมรัฐสภาเดินหน้าไปได้
ถึงกระนั้น มีความแคลงใจอยู่ว่าการยกเลิกสภาผัวสภาเมียเพียงประเด็นเดียวอาจไม่เป็นหลักประกันว่าวุฒิสภาจะไม่ถูกฝ่ายการเมืองล้วงลูก เนื่องจากมีประเด็นอื่นๆ ที่มีผลสะเทือนต่อสภาสูงอยู่ตามมุมมองของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.)
อาทิ การไม่กำหนดให้บุคคลต้องพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปีก่อนจะลงสมัคร สว. หรือ การให้ สว. สามารถดำรงตำแหน่งได้เกิน 2 วาระติดต่อกัน เป็นต้น โดย คปก.ได้สรุปความบกพร่องดังกล่าวเอาไว้ว่า “ส่งผลกระทบต่อดุลยภาพของระบบรัฐสภา” ดังนั้นขอทุบโต๊ะไว้ว่าการยกเลิกสภาผัวสภาเมียเพียงอย่างเดียวคงจะไร้ประโยชน์







