
กระแสเงินทุนยังไหลออก
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFP ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาติ จำกัด (มหาชน)
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFP ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาติ จำกัด (มหาชน)
สถานการณ์ซีเรียจะสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นช่วงสั้น หลังมีสัญญาณ สหรัฐเตรียมใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตี กรณีที่สงครามจำกัดขอบเขตและจบเร็วราคาน้ำมันขึ้นไปแถว 125-130 ดอลลาร์/บาร์เรลกรณีที่สงครามยืดเยื้อขยายวงไปยังตะวันออกกลาง แหล่งผลิตและส่งออกน้ำมันสำคัญของโลก ราคาน้ำมันอาจขึ้นไปแถว 140-150 ดอลลาร์/บาร์เรล และจะถอยลงมา
ที่ประเมินว่า ราคาน้ำมันแพงไม่นาน เพราะมีโอกาสสูงที่สหรัฐและประเทศมหาอำนาจจะนำน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์มาใช้เพื่อบรรเทาความตื่นตระหนกของตลาดเหมือนช่วง “อาหรับสปริง” เมื่อปี 2554
ราคาน้ำมันที่แพงนานจะกัดกร่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกทำให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัว น้ำมันแพงยังเร่งพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ๆ โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซที่อยู่ใต้ชั้นหินดินดาน (Shale Oil/Gas) รวมถึงพลังงานหมุนเวียนต่างๆ หุ้นพลังงาน โดยเฉพาะตัวที่เป็นเจ้าของแหล่งพลังงานจึงมีแนวโน้มเด่นกว่าตลาด เงินบาทที่อ่อนจะทำให้ปริมาณพลังงานสำรองมีมูลค่าสูงขึ้นในรูปเงินบาท
ผมประเมินว่า สงครามซีเรียไม่ยืดเยื้อ เพราะแสนยานุภาพของสหรัฐและชาติพันธมิตรมากแต่น่าห่วง คือ ซีเรียจะกลายเป็น “อิรัก 2” หรือไม่ และจะเพิ่มความเสี่ยงจากภัยก่อการร้ายมากน้อยแค่ไหน
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดอีเมอร์จิงเริ่มชะลอ เปิดช่องให้ตลาดหุ้นตราสารหนี้ และสกุลเงินอีเมอร์จิง มาร์เก็ต กระเตื้องขึ้นบ้าง ธนาคารกลางหลายแห่ง เช่น อินโดนีเซีย บราซิล อินเดีย ออกมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนแต่ปัญหาเชิงโครงสร้างยังไม่ได้แก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะการขาดดุลแฝด (ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและขาดดุลงบประมาณ) เงินเฟ้อสูงจึงต้องติดตามต่อไปเพราะสกุลเงินเพื่อนบ้านที่เสื่อมค่ารวดเร็วกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าและบริการส่งออกไทย
งานไทยแลนด์โฟกัสที่จบไปมีส่วนช่วยให้ผู้ลงทุนต่างชาติเข้าใจพื้นฐานเศรษฐกิจไทยดีขึ้น เช่น ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่สูงถึง 1.7 แสนล้านดอลลาร์ คิดเป็นราว 2.8 เท่า ของหนี้ต่างประเทศระยะสั้นและสามารถนำเข้าได้สูงถึง 9.2 เดือนทีเดียว
พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ที่เคยถูกใช้เป็นเครื่องมือดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินยามที่เงินร้อนทะลักเข้ามาจะถูกใช้รับมือกับสถานการณ์เงินทุนไหลออกได้ดี การขาดดุลการค้าของไทยไม่น่าห่วงและถูกชดเชยด้วยการเกินดุลบริการจากการท่องเที่ยวที่ดีมากและดุลบัญชีเดินสะพัดทั้งปีจะเกินดุล
สถาบันการเงินไทยแข็งแกร่ง เงินกองทุนยังสูง การกันสำรองเผื่อหนี้เสียก็สูงเกินมาตรฐาน ความสามารถกำไรอยู่ในเกณฑ์สูง
บริษัทจดทะเบียนมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีหนี้สินสุทธิต่อทุนไม่ถึง 1 เท่าความสามารถในการทำกำไรอยู่ในเกณฑ์ดี
ความเสี่ยงเงินทุนไหลออกจากการลด QE ที่คาดกันว่า เฟดจะเริ่มลดในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ เริ่มลด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน แต่ต้องดูว่า ก่อนการประชุม ตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์เป็นอย่างไรเพราะมีผลต่อการเปลี่ยนคาดการณ์
สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปดีขึ้นทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าตลาดหุ้นหลักโยกเงินจากตลาดตราสารหนี้ตลาดหุ้นเกิดใหม่
สัปดาห์ก่อน บอนด์ยีลด์ 10 ปีของไทย ขึ้นไปสูงสุดที่ 4.39% และถอยลงมาแต่ยังสูงขึ้นกว่า 1% จากกลางเดือน พ.ค. 2556 ทำให้นักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนเพิ่มขึ้นหากต้องลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น มูลค่าหุ้นตามปัจจัยพื้นฐานจึงถูกปรับลดลง 5-15% ขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดของแต่ละกิจการ โดยรวมหุ้นไทยแม้ไม่ใช่ตลาดหุ้นที่ถูกสุด แต่ Valuation ไม่แพง การปรับฐานรอบนี้ไม่ว่าจุดต่ำสุดจะอยู่ที่ 1,260 จุด หรือต่ำกว่านั้น แต่ภายในไม่เกินปีครึ่ง ยังคงมีนิวไฮอยู่ดี จึงมองเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นเพื่อการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะหุ้นที่ได้แรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น INTUCH, ADVANC, AOT, VGI, BGH, CHG, HMPRO, CPN







