
อ่าวพร้าวอีกแล้ว
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีน้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกบอล เคมิคอล หรือพีทีทีจีซี ในกลุ่ม ปตท.รั่วลงทะเล
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีน้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกบอล เคมิคอล หรือพีทีทีจีซี ในกลุ่ม ปตท.รั่วลงทะเล ได้สรุปผลการสอบสวนออกมาแล้ว ทั้งหมดใกล้เคียงกับการแถลงข้อมูลของกลุ่ม ปตท.ที่มีเป็นระยะๆ
นับตั้งแต่ ปริมาณน้ำมันรั่วไม่น่าจะเกิน 54,341 ลิตร โดยสาเหตุที่ท่อน้ำมันดิบแตก ไม่ได้เกิดจากแรงกระแทกภายนอก และจำเป็นต้องมีการสอบสวนเชิงลึกต่อไป
ในแง่การปฏิบัติงาน บริษัททำตามขั้นตอนของกระบวนการต่างๆ แต่กระแสน้ำและลมแรง ทำให้มีน้ำมันเล็ดลอดไปขึ้นฝั่งที่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด
สำหรับการใช้สารเคมีกำจัดคราบน้ำมันมี 2 ชนิด คือ Slickgone NS จำนวน 30,612 ลิตร และ Superdispersant 25 จำนวน 6,930 ลิตร โดยเป็นสารที่กรมควบคุมมลพิษอนุญาตให้ใช้ได้ และย่อยสลายได้เร็ว
สาเหตุต่างๆ ของน้ำมันรั่วจึงหมดปัญหาไปได้เปลาะใหญ่
แต่สิ่งที่น่าจับตาก็คือผลที่ตามมาทั้งข้อมูลปะการังที่เริ่มเปลี่ยนสี และโดยเฉพาะเมื่อ วิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลง อ่าวพร้าว มีสารปรอทเกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับที่ห้ามลงเล่นน้ำทะเล
ค่าปรอทที่อ่าวพร้าวสูงถึง 2.9 ไมโครกรัมต่อลิตร จากค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 0.1 ไมโครกรัม หรือสูงกว่าปกติ 29 เท่า
การแถลงดังกล่าว เป็นผลจากการเก็บตัวอย่างน้ำเมื่อวันที่ 3 ส.ค. หรือหลังจากที่น้ำมันเข้าอ่าวพร้าว 1 สัปดาห์
ในวันนี้ กรมควบคุมมลพิษจะแถลงผลการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลครั้งที่ 2 ที่เก็บตัวอย่างมาเมื่อวันที่ 8 ส.ค.
ถ้าผลตรวจดีขึ้นปัญหาก็น่าจะเบาลง แต่หากไม่ใช่ ปัญหา และภาระต่างๆ คงไม่ยุติ เป็นเรื่องใหญ่ต่อไปแน่
จะดี จะร้าย คงต้องรอฟังกัน







