อย่าฉาบฉวย

วันที่ 12 ส.ค. 2556 เวลา 08:40 น.
โดย...ไพบูรย์ กระจ่างวุฒิชัย

ก่อนอื่นขอใช้พื้นที่คอลัมน์นี้แสดงความยินดีกับ น้องเมย์ “รัชนก อินทนนท์” สาวน้อยวัย 18 ปี ที่สามารถคว้าแชมป์โลกจากการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลกในประเภทหญิงเดี่ยวมาได้ ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่สำหรับวงการลูกขนไก่ของไทย

นานๆ ทีที่ประเทศไทยจะมีนักกีฬาระดับโลกมาประดับวงการให้คนไทยได้ชื่นใจสักครั้ง แน่นอนว่าทันทีที่น้องเมย์กลับถึงเมืองไทยจะมีสารพัดบุคคลจากหลายวงการรายล้อมเพื่อขอเข้าไปเป็นผู้สนับสนุน โดยหนึ่งในนั้น คือ นักการเมือง

ทั้งนี้ นักการเมืองถือเป็นส่วนสำคัญที่จะพัฒนาวงการกีฬาของไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ เพราะมีฐานะเป็นผู้กำหนดนโยบายในการบริหารและการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ แต่ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจก็มักจะพัฒนาการกีฬาแบบฉาบฉวย

กล่าวคือ เวลามีนักกีฬาคนไหนสามารถฝ่าฟันต่อสู้ในเวทีนานาชาติจนได้ชื่อเสียงกลับมา บรรดานักการเมืองก็มักจะใช้จังหวะนี้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวเอง พร้อมกับประกาศว่าจะเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่เอาเข้าจริงเรื่องกลับเงียบหายเข้ากลีบเมฆในเวลาต่อมา จนกระทั่งวงการกีฬาบ้านเราอยู่ในสภาพอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ทุบโต๊ะไว้เลยว่า กระแส “เมย์ฟีเวอร์” จะไม่มีประโยชน์อะไรเลยเลยถ้าหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่เดินหน้าพัฒนาวงการกีฬาให้จริงจังในระยะยาวเหมือนกับต่างประเทศ เพราะสุดท้ายจะเป็นแค่ไฟไหม้ฟางที่วูบวาบในตอนแรกแต่มอดดับในตอนสุดท้าย