
เปิดสภาจริงหรือ
เหลืออีกเพียง 1 วัน หรือในวันที่ 1 ส.ค. จะมีการเปิดประชุมสภา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เหลืออีกเพียง 1 วัน หรือในวันที่ 1 ส.ค. จะมีการเปิดประชุมสภา
แต่ดูๆ ไปแล้ว บรรยากาศไม่เหมือนกับการเปิดประชุมสภา แต่คล้ายๆ เป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามเสียมากกว่า
เอาเฉพาะแค่การดูแลรักษาความปลอดภัยและกำลังตำรวจที่ระดมกันมา เห็นแล้วน่าหวาดหวั่น
เริ่มจากการเข้าไปในสภาจะถูกคุมเข้ม โดยสั่งการให้ตรวจเข้มรถทุกคัน เอกซเรย์กระเป๋าทุกใบ ทั้งรัฐมนตรี สส. ข้าราชการ และทุกคน รวมถึงห้ามพกพาอาวุธโดยเด็ดขาด
ในวันประชุมร่างกฎหมายสำคัญจะใช้กำลังดูแลความปลอดภัยภายในรัฐสภา เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 กองร้อย หรือ 600 นาย รวมกับตำรวจรัฐสภาอีก 100 นาย รวมเป็น 700 นาย
ขณะเดียวกัน บริเวณนอกสภา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จัดเต็มให้
ตามแผนจะใช้กำลังตำรวจของนครบาลทั้งหมด 20 กองร้อย หรือมากกว่า 2,000 คน ทำหน้าที่ในการดูแลความเรียบร้อย โดยจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังกัน
ก่อนหน้านี้ ตำรวจนครบาลได้ฝึกซ้อมกำลังพลโดยนำจุดอ่อนจากการดูแลความเรียบร้อยจากการชุมนุมครั้งที่ผ่านๆ มา นำมาปรับแก้ไข
ไม่เพียงที่รัฐสภาเท่านั้น แต่ที่ทำเนียบรัฐบาลก็มีการคุมเข้มเช่นกัน เพื่อรับมือการชุมนุมในวันที่ 4 ส.ค.
มาตรการที่ทำ อาทิ ปิดประตูทางเข้าออก ที่ประตูเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก พร้อมกับนำแท่งคอนกรีตมาปิดซ้อนด้านในอีกชั้น
ภายในรั้วทำเนียบรัฐบาล บริเวณถนนด้านหน้าสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้านั้น เตรียมรถบรรทุกผู้ต้องหาไว้ 1 คัน รถปิกอัพตำรวจติดเครื่องยิงคลื่นเสียงที่มีกล้องวงจรปิด 1 คัน รถบรรทุก 6 ล้อเล็ก ติดตั้งลำโพงและเครื่องขยายเสียง 1 คัน และมีการตั้งเต็นท์อำนวยการ ศปก.น. 2 จุด ที่บริเวณเชิงสะพานอรไทยและบริเวณด้านหน้าสนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้า
ส่วนการประชุมร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 7 ส.ค. ก็จัดเต็มอีก โดย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคง หารือถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ซักซ้อมทำความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปฏิบัติและฝ่ายการเมือง
นอกจากนั้นยังสั่งให้กรมการปกครองติดตามความเคลื่อนไหวในต่างจังหวัดอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังไม่ให้มือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์
นี่แหละ ความเขม็งเกลียวก่อนถึงวันดีเดย์เปิดสภา
ถึงได้บอก ดูไปเหมือนกับจะออกสงครามอย่างไรอย่างนั้น!!!







