อายเค้ามั้ย

วันที่ 24 ก.ค. 2556 เวลา 08:34 น.
โดย...สันทัด กรณี

เดินไปไหนเป็นได้ฟังเสียงคุยเรื่องสองหนุ่มนักแบดมินตันไทย ก่อเหตุช็อกวงการแบดมินตันโลก ด้วยการไล่ชกกันกลางเกมนัดชิงชนะเลิศชายคู่ ในรายการ แคนาดา โอเพน 2013 ที่เมืองริชมอนด์ ประเทศแคนาดา

เฮ้อ! โชคดีอยู่หน่อยเป็นนักกีฬาแบดมินตัน

ถ้า...เป็นนักกีฬายิงปืนละก็...ดูไม่จืด

ท่านผู้อ่านได้ดูคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันคนละหลายรอบ และหากได้ชมคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่ม น่าจะได้คำตอบแล้วว่า ใครผิดใครถูก

ความเห็นส่วนตัวของผมคือ งานนี้ไม่มีใครถูก มันผิดทั้งคู่ ทั้งคนเริ่มก่อเหตุยั่วยุ จนอีกฝ่ายระเบิดอารมณ์

ครับ จากนี้ไปสิ่งที่จะตามมาคือความเสียดาย

นักกีฬาแบดมินตันไทยทั้งสองคนนี้อนาคตในวงการลูกขนไก่ยังอีกยาวไกล ซึ่งเมื่อถึงนาทีนี้คงจบแล้ว

แปลกแท้ เกิดมาผมไม่เคยคิด ไม่กล้าคิดว่ากีฬาแบดมินตันที่การแข่งขันไม่มีการปะทะ ต่างฝ่ายต่างมีเขตแดนของตนเองชัดเจน และไม่เคยมีนักกีฬาแบดมินตันชกกันในการแข่งขันระดับชาติมาก่อน...แต่คนไทยทำได้

กีฬาลูกขนไก่ที่แสนสุภาพ กลายเป็นแบดฯ ไทยไฟต์

ยังไงผมขอภาวนาปัญหาที่เกิดขึ้น อย่าได้บานปลายมากระทบวงการแบดมินตันไทยที่กำลังดีวันดีคืน โดยเฉพาะน้องนักกีฬาแบดมินตันหญิงหลายคนที่กำลังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในหลายทัวร์นาเมนต์

อืมมม...เขียนเรื่องวงการกีฬาแล้วไม่อยากคุยเรื่องการเมืองเลยครับ พื้นที่เหลือไม่มาก คุยเรื่องดีๆ ของชาวโลกบ้างดีกว่า เผื่อคนไทยบางคนจะเอาไปเป็นตัวอย่างกลับตัวกลับใจเลิกพฤติกรรมทำร้ายคนร่วมชาติ...อุ๊ย!.

เดลี เมล์ สื่อฝรั่ง ลงบทความชื่นชม ชัค ฟีเนย์ อภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกันไอริช มหาบุรุษนักบุญที่ทำบุญโน่นบริจาคนั่นโดยไม่ต้องการเป็นข่าว

คุณชัค ฟีเนย์ ซุ่มบริจาคเงินมานานกว่า 29 ปี ด้วยทรัพย์สินถึง 99% ของที่เขามี ฟังแล้วอย่าตกใจ เขาบริจาคเงินไปทั้งสิ้น 7,500 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 1.51 แสนล้านบาท และปัจจุบันเขายังไม่หยุด ทั้งยังประกาศจะทำอย่างนี้ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

คุณชัค ฟีเนย์ บอกว่า การทำบุญแบบเงียบคือสิ่งที่เขาพอใจมากกับการได้เห็นสิ่งต่างๆ ถูกเนรมิตขึ้นจากเงินบริจาคของเขา เช่น โรงพยาบาลและมหาวิทยาลัย ซึ่งการบริจาคทรัพย์ของเขาเป็นเรื่องมีเหตุผลมากกว่าการนำเงินไปเข้าบัญชีธนาคารและรอให้เงินนั้นงอกเงยขึ้นเรื่อยๆ

“ผมมีความสุขเมื่อได้ทำสิ่งที่ได้ช่วยเหลือผู้คน และจะไม่มีความสุข ถ้าสิ่งที่ผมทำไม่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น”

เชื่อไหมครับอภิมหาเศรษฐีคนนี้มีชีวิตส่วนที่มหัศจรรย์มาก เป็นคนสมถะ แต่งตัวเชยๆ ใส่นาฬิกายี่ห้อคาสิโอ ราคา 15 ดอลลาร์ ชอบเดินทางด้วยรถไฟ ไม่เคยมีรถยนต์เป็นของตัวเอง และให้ลูกของเขาทำงานไปพร้อมกับการเรียนหนังสือ

ใครเป็นแฟนเพจคุณทักษิณ คุณยิ่งลักษณ์ ท่านพานทองแท้ ช่วยเอาเรื่องนี้ไปแชร์ในเฟซบุ๊กท่านๆ หน่อยครับ