ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า

วันที่ 24 ก.ค. 2556 เวลา 08:26 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

การเปิดประชุมสภาในเดือนหน้า จะมีร่างกฎหมายหลายๆ ฉบับเข้าสู่สภา ทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

เฉพาะด้านเศรษฐกิจ ร่างกฎหมายที่ถูกจับตาอย่างมากก็คือ ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท หรือร่างกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทนั่นแหละ

สาเหตุเพราะร่างกฎหมายดังกล่าว จะส่งผลต่อเนื่องตามมามหาศาล และดูเหมือนกับว่าต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย

แน่นอนที่สุด เงินกู้น้ำ 3.5 แสนล้านบาท เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐบาลมีสารพัดปัญหารออยู่

และยังไม่รู้แน่ชัด เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จะซ้ำรอยเงินกู้น้ำหรือไม่

ร่างกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท มีหลากมิติที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่ในส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมาย เร่งเดินหน้าการพิจารณา

ตามเป้าหมายจะนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ได้ หลังจากสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 วาระที่ 2 และ 3 เสร็จแล้ว

ขณะเดียวกัน ก็มีหลายฝ่ายเชื่อว่าอย่างไรเสียร่างกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทจะไปไม่รอด เนื่องจากจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

สาเหตุเพราะในมาตรา 6 ของร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท บัญญัติไว้ว่า ให้นำเงินไปใช้จ่ายได้ตามวัตถุประสงค์ โดยไม่ต้องนำส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง

บทบัญญัติมาตรานี้เท่ากับกำหนดให้เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เป็นเงินนอกงบประมาณ และไม่เป็นเงินคงคลัง

การเขียนบทบัญญัติดังกล่าวจึงกลายเป็นปัญหาว่าจะขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

ตามมาตรา 169 บัญญัติว่าการจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้ก็เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมาย 4 ฉบับเท่านั้น คือ กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง

ดังนั้น เมื่อร่างกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่มีลักษณะเป็นเงินแผ่นดิน แต่ต้องการให้เงินกู้เป็นเงินนอกงบประมาณ และไม่เป็นเงินคงคลัง จึงกลายเป็นประเด็นที่มีปัญหาทันที

สิงหาคม เป็นต้นไป จึงกลายเป็นช่วงแห่งการลุ้นระทึก

ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า อาจเกิดขึ้นอย่างชนิดที่คาดไม่ถึง