
ระเบิดลง
อย่างกับระเบิดลง เมื่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแถลงผลการตรวจตัวอย่างข้าวถุง 46 ตัวอย่าง และพบการปนปื้อนของสารเมทิลโบรไมด์ในบางยี่ห้อ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
อย่างกับระเบิดลง
เมื่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแถลงผลการตรวจตัวอย่างข้าวถุง 46 ตัวอย่าง และพบการปนปื้อนของสารเมทิลโบรไมด์ในบางยี่ห้อ
สารดังกล่าวเป็นสารที่มีการควบคุมการนำเข้า เนื่องจากไม่เพียงทำลายชั้นบรรยากาศเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดมะเร็งได้ด้วย
สำหรับผลการสำรวจของมูลนิธิฯ ก็คือ มี 12 ตัวอย่างไม่พบสารตกค้าง
ที่เหลืออีก 34 ตัวอย่าง ตรวจพบการตกค้างมากน้อยต่างกัน โดยที่มากสุดมี 1 ตัวอย่างที่เกินกว่ามาตรฐาน ของ โคเด็กซ์ หรือของคณะกรรมการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex Alimentarius Commission)
นี่แหละเป็นประเด็นที่รัฐบาลจำเป็นต้องแสดงท่าทีอย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
เริ่มตั้งแต่จะมีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากแม้สารเมทิลโบรไมด์เป็นสารที่เป็นอันตราย แต่มีการระบุว่าประเทศไทยไม่มีมาตรฐานคุ้มครองสารพิษตกค้างในข้าวเลย
สิ่งที่ใช้อ้างอิงกันก็คือมาตรฐานสารพิษตกค้างของ โคเด็กซ์ อย่างที่เป็นอยู่
แต่ทว่ามาตรฐานของโคเด็กซ์ถูกวิจารณ์ว่าเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ กำหนดเพื่อการค้าเป็นหลัก ไม่ใช่มาตรฐานขั้นสูงสำหรับการคุ้มครองผู้บริโภค จึงกำหนดการปนเปื้อนไม่เกิน 50 พีพีเอ็ม หรือมีการปนเปื้อนได้ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม ต่อข้าว 1 กิโลกรัม
ขณะเดียวกันยังมีบางประเทศกำหนดมาตรฐานขั้นสูงเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค อาทิ ไต้หวันกำหนดการปนเปื้อนไว้ที่ 1 พีพีเอ็ม สหภาพยุโรป 0.1 พีพีเอ็ม แม้กระทั่งจีนกำหนดไว้ที่ 5 พีพีเอ็ม หรืออินเดีย 25 พีพีเอ็ม
นั่นเป็นเรื่องแรกที่รัฐบาลต้องตอบว่าจะดูแลคนไทยอย่างไร ไม่ให้เสี่ยงกับการตายผ่อนส่ง
ถัดจากนั้นการส่งออกข้าวจะเกิดปัญหาตามมา เนื่องจากผลการสุ่มตัวอย่างพบสารตกค้างเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ในหลายประเทศ
และหากคุณภาพข้าวส่งออกไม่แตกต่างไปจากผลสำรวจในประเทศ คุณภาพข้าวไทยจะถูกตั้งคำถามตัวโตๆ ถึงเรื่องความปลอดภัย
ตลาดข้าวไทยในต่างประเทศจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งแก้ไข ไม่ใช่ด้วยการขู่จะฟ้องร้องเล่นงานคนนั้นคนนี้ หรือด้วยการปิดปากห้ามพูด
แต่รัฐบาลต้องแก้ด้วยการกระทำที่สร้างการยอมรับ ทั้งการกำหนดมาตรฐานการปนเปื้อนขึ้นมา และควบคุมคุณภาพการส่งออกอย่างใกล้ชิด
ไม่เช่นนั้นงานนี้จอดสนิท
เจ๊งกับเจ๊งแน่นอน







