
ยากจริงๆ
ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว จะกลายเป็นเรื่องที่แก้ไขยากขึ้นไปทุกขณะ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว จะกลายเป็นเรื่องที่แก้ไขยากขึ้นไปทุกขณะ
สาเหตุเพราะขนาดปัญหามันใหญ่โตเกินกว่าจะสะสางได้ในระยะเวลาอันสั้น
นับเนื่องจากปริมาณสต๊อกข้าวมหาศาลที่มีอยู่ 17-18 ล้านตัน และข้าวก็เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ทุกขณะ ปีละ 2 ครั้ง คือ ข้าวนาปี กับข้าวนาปรัง
และสต๊อกข้าวนี่แหละ เป็นต้นตอสำคัญของประเด็นทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นการขาดทุน การทุจริต โกงกินอย่างมหาศาล
ขณะเดียวกัน การระบายข้าวไปต่างประเทศก็ยากลำบาก มีแต่จะถูกกดราคาลงไปเรื่อยๆ
ประเด็นสำคัญมาจากผู้ซื้อมองแล้วเห็นว่าปริมาณสต๊อกข้าวขนาดนี้ อย่างไรเสียรัฐบาลก็ต้องเร่งขาย เร่งระบายในราคาที่ต่ำติดดิน
ไม่เพียงเท่านั้น สต๊อกข้าวที่มีอยู่ ทำให้มีปัญหาใหญ่ตามมาอีก ก็คือ คุณภาพข้าว ที่เกิดข้อสงสัยระบาดไปทั่ว ไม่เพียงแต่ในประเทศ แต่ลุกลามไปต่างประเทศ
ปฏิเสธไม่ได้ การเก็บรักษาข้าวข้ามปีย่อมมีปัญหาการเสื่อมคุณภาพ จำเป็นต้องมีการรมยา
จริงอยู่แม้การรมยาจะมีการรับรองเรื่องความปลอดภัย แต่ทว่าเนื่องจากปริมาณข้าวสารที่มากมายมหาศาล ใครจะกล้ารับประกันได้ว่าการรมยาทุกครั้งจะกระทำอย่างทุกต้อง และข้าวทุกเมล็ดจะปลอดภัย
ข้าวเน่าข้าวเหม็น ข้าวขึ้นรา จึงปรากฏเป็นข่าวอย่างสม่ำเสมอ แม้กระทั่งข้าวที่แจกไปสู่ชาวบ้านก็เจอปัญหาลักษณะดังกล่าว
ขนาด นพ.บรรจบ ชุณห สวัสดิกุล ผู้อำนวยการศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี และอดีตกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติกล่าวว่า ข้าวที่ค้างสต๊อกไว้นาน คุณภาพจะเสื่อมลง ยิ่งหากกระบวนการเก็บไม่ได้มาตรฐานจะเกิดรา และทำให้เกิดมะเร็ง
ฉะนั้นทางรอดโครงการรับจำนำข้าวจึงต้องเร่งระบายสต๊อกข้าว ต้นตอของสารพัดปัญหาทั้งปวงออกไป โดยข้าวที่ระบายออกต้องมากกว่าข้าวใหม่ที่จะเข้ามา
แต่อีกนั่นแหละ การระบายข้าวไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และไม่ใช่กระทำได้เพียงแค่วันเดียว หรือเดือนเดียว เนื่องจากกระบวนการ ขั้นตอนต่างๆ มีมากมาย
ที่สำคัญก็คือ มีบางกลุ่มบางพวกที่เคยเสวยสุข ได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลหากินกับสต๊อกข้าว อาจไม่ต้องการให้เร่งระบายข้าว
พวกนี้เอาล่อเอาเถิดกับสต๊อกข้าวอย่างไร?
โปรดติดตามต่อสักวัน







