
ใบเสร็จ
ช่วงเวลานี้ จนถึงวันที่ 29 มิ.ย. ต้องถือว่าเป็นเวลาทองของการจำนำข้าว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ช่วงเวลานี้ จนถึงวันที่ 29 มิ.ย. ต้องถือว่าเป็นเวลาทองของการจำนำข้าว
สาเหตุเนื่องจากหลังวันดังกล่าว รัฐบาลจะลดราคารับจำนำข้าวเปลือกจากเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ก็จะเหลือ 1.2 หมื่นบาท
นั่นหมายความว่า ใครมีข้าวในมือจะถือว่าเป็นโชคหลายชั้น
ตัวเลขการรับจำนำข้าวในช่วงนี้จึงน่าจะสูงลิ่ว โป่งออกมาชนิดที่คาดไม่ถึง
แน่นอนที่สุด สิ่งที่จะต้องตามมาคือมหกรรมการโกง หรือการเอาข้าวในโรงสีมาสวมสิทธิเวียนเทียนรับจำนำอีกรอบ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ กรณีข้าวหาย ที่โรงสี จ.พิจิตร
โรงสีดังกล่าวถูกตั้งข้อหายักยอกข้าวเปลือก 4,000 ตัน และข้าวสาร 840 ตัน วงเงินประมาณ 88 ล้านบาท และฉ้อโกงชาวนา โดยนำชื่อชาวนามาสวมสิทธิจำนำข้าวเปลือกอีก 4,000 ตัน
ทั้งหมดมีการประเมินว่า ข้าวที่หายไปจะถูกนำไปขายต่อเพื่อเวียนเทียนรับจำนำอีกรอบ ในช่วงที่ราคารับจำนำยังอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาทต่อเกวียน
นี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงทองของการจำนำข้าวที่คงราคาเดิมเอาไว้
ปัญหาการโกงของโรงสี จ.พิจิตร นี้ ยังเป็นใบเสร็จชัดเจน ซึ่งสะท้อนให้เห็นการทุจริตที่เกิดขึ้นจริงในโครงการรับจำนำข้าว
การกระทำของโรงสีแห่งนี้ แสดงชัดคือกระบวนการเวียนเทียนข้าว เอาข้าวที่มีอยู่ในสต๊อกออกมาเวียนจำนำซ้ำ
ที่เรื่องแดงขึ้นมา เนื่องจากมีการโกงชาวนา ทำให้ชาวนาประท้วงปิดถนน ถึงได้เข้ามาดูแล
ถ้าไม่โกงชาวนาก็เห็นทีว่าจะปิดกันได้อย่างมิดชิดไม่เกิดความฮือฉาวอย่างที่รับรู้
ถึงได้บอกเอาไว้แล้วว่า นโยบายรับจำนำข้าวเป็นความเสียหายไม่รู้จบ
ไม่ใช่เฉพาะตัวเลขการขาดทุนจากผลต่างของราคารับจำนำที่สูงลิ่วกับราคาตลาดเท่านั้น แต่ยังมีความเสียหายอื่นๆ ที่นับกันไม่ถูก
ทั้งข้าวสารที่เก็บไว้ต้องประสบปัญหาการเสื่อมคุณภาพ ทำให้ปริมาณขาดหาย รวมถึงเมื่อต้องขายออกไปจะไม่ได้ราคา บางครั้งถึงขั้นขายไม่ได้ กลายเป็นข้าวเน่า ข้าวเสีย ต้องเอาไปเลี้ยงหมูอย่างเดียว
ขณะเดียวกันปริมาณสต๊อก 16-17 ล้านตันข้าวสาร ในโครงการรับจำนำข้าว ไม่มีใครรู้ชัดว่าจะโกงตัวเลข มีสต๊อกลมอีกเท่าใด และรวมไปถึงการเวียนเทียนข้าว จำนำซ้ำแล้วซ้ำอีก อย่างที่เกิดขึ้นที่พิจิตร
โครงการรับจำนำข้าวจึงจะมีกลิ่น ปัญหาปูดขึ้นมาไม่หยุด
เป็นสุดยอดความเน่าจริงๆ







