
ลงทุนในหุ้น-ลงทุนอย่างไรดี
โดย...สมาคมบริษัทจัดการลงทุน
โดย...สมาคมบริษัทจัดการลงทุน
ช่วงที่ผ่านมาทุกท่านที่อยู่ในตลาด (การลงทุน) คงต้องยอมรับว่าการลงทุนในหุ้นนั้นให้ผลตอบแทนที่ดีมากกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อื่น และเป็นเช่นนี้ในตลาดทั่วโลก มีผู้ลงทุนมือใหม่สอบถามมายังสมาคม ว่าควรจะลงทุนหุ้นดีไหม ตัวไหนดีหรือจะลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นดี ก็ได้เล่าให้ผู้ลงทุนฟัง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน
ผลตอบแทนที่น่าสนใจอย่างมากของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมาดึงดูดให้หลายๆ ท่านเกิดความสนใจในการลงทุนมากขึ้น และเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ หรือการลงทุนในรูปแบบอื่น ยิ่งดึงดูดให้ลงทุนในหุ้น แต่ต้องไม่ลืมว่าผลตอบแทนที่น่าพอใจนี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ซึ่งผู้ลงทุนต้องรับความเสี่ยงได้ แต่การรับความเสี่ยงได้นั้นยังไม่พอ ผู้ลงทุนต้องเลือกลงทุนในหุ้นที่ถูกตัวมิเช่นนั้นอาจจะหมดตัวได้ (ถึงแม้ช่วงที่ผ่านจะเหมือนว่าการลงทุนในหุ้นตัวไหนก็กำไรก็เถอะ) แน่นอนว่าการจะเลือกหุ้นดีๆ โดยเฉพาะเน้นว่าต้องการเงินปันผล ผู้ลงทุนก็ต้องหากันหน่อย อาจดูจากบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ก็ได้ แต่หากต้องการเลือกลงทุนเองก็ต้องอาศัยสรรพกำลังของนักลงทุนเองทั้งการศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยทางเทคนิคและอื่นๆ ซึ่งนั่นคือผู้ลงทุนต้องให้เวลา
การลงทุนในหุ้นด้วยตนเองนั้น ผู้ลงทุนจำเป็นต้องมีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล และมีเวลาเพียงพอที่จะศึกษาหุ้นของบริษัทที่จะลงทุนนั้นๆ โดยละเอียดถี่ถ้วนและโดยเฉพาะการเลือกลงทุนในหุ้นปันผล ซึ่งต้องวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทที่จะลงทุนนั้นย้อนไปในอดีตอย่างยาวๆ เพื่อพิจารณาถึงความสม่ำเสมอในการจ่ายเงินปันผล รวมถึงวิเคราะห์ลักษณะธุรกิจและแนวโน้มในอนาคตว่า บริษัทที่จะลงทุนนี้จะจ่ายเงินปันผลในอัตราที่น่าสนใจหรือสามารถจ่ายปันผลได้หรือไม่ ซึ่งก็ส่งผลต่อราคาหุ้นในอนาคตด้วยว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือต่ำลง ลองมาดูการบ้านของผู้ลงทุนหากต้องการลงทุนเองกันสักเล็กน้อยแบบยกตัวอย่างพอสังเขป (ก็ตามที่มีผู้ลงทุนถามมา ซึ่งก็ถามมาหลายประเด็น)
1.พิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ถ้าเศรษฐกิจ|ไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบ ความน่าสนใจในการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จ่ายปันผลและถือลงทุนไปได้ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ถ้าภาพรวมเศรษฐกิจไม่แข็งแกร่งและมีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ลงทุนก็จะทำให้หุ้นปันผลนั้นลดความน่าสนใจลงไป และอาจต้องลดสัดส่วนในการลงทุนในหุ้นปันผลนั้นลง
2.ภาพรวมอุตสาหกรรม ต้องดูว่าหุ้นของบริษัทที่จ่ายเงินปันผลดังกล่าวอยู่ในอุตสาหกรรมอะไร หากการดำเนินธุรกิจกำลังเจริญเติบโต ก็จะพิจารณาลงทุนเพราะมีโอกาสเติบโตต่อไปในอนาคต ส่วนหุ้นบริษัทที่จ่ายเงินปันผลใดอยู่ในช่วงเติบโตสูงสุด หรืออยู่ในช่วงขาลงก็จะควร|หลีกเลี่ยงการลงทุน
3.แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัท ถึงแม้จะเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเดียวกัน แต่หากบริษัทที่กำลังจะเข้าไปลงทุนนั้นมีปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอ แม้ว่าจะจ่ายเงินปันผลก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังพิจารณาว่าจะลงทุนหรือไม่ หรือลงทุนในบริษัทอื่นที่มีแนวโน้มดีกว่า
4.แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ถ้าเกิดในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจใหม่ๆ การลงทุนในหุ้นปันผลจะได้รับผลตอบแทนที่ดี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลงที่ระดับต่ำ แต่หากอยู่ในแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้นส่งผลให้เกิดการเปรียบเทียบว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลกับอัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝาก หรืออัตราผลตอบแทนจากตราสารหนี้มีความแตกต่างกัน จนกระทั่งการลงทุนในหุ้นปันผลยังมีความน่าสนใจอีกต่อไปหรือไม่
5.กำไรสะสมของบริษัทจะเข้าไปลงทุนต้องให้ความสนใจ กำไรสะสมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะในแง่การลงทุนในหุ้นปันผล บริษัทที่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ต้องมีกำไรสะสม ตรงกันข้ามถ้าไม่มีกำไรสะสมบริษัทดังกล่าวจะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้
6.สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทที่ลงทุน หากบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนไม่มีสภาพคล่องทางการเงิน การลงทุนในหุ้นของบริษัทนั้นอาจจะไม่ได้รับเงินปันผล เนื่องจากบริษัทอาจจะนำเงินไปขยายกิจการหรือลงทุนใหม่ๆ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการจ่ายเงินปันผลทั้งในแง่ของการจ่ายเงินปันผลในอัตราต่ำหรือไม่จ่ายเงินปันผลเลย
ก็เล่าให้ฟังอย่างพอประมาณกันนะครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่จะลงทุนเองศึกษาข้อมูลเองทั้งหมด แต่จะดีไหมหากการให้เงินนั้นทำงานเอง โดยคุณไม่ต้องลงมือลงแรงขนาดนั้น ก็แนะนำลองแบ่งสรรเงินลงทุนมาลงทุนผ่านกองทุนรวม ซึ่งการลงทุนของกองทุนรวมจะมีมืออาชีพช่วยคัดสรรหุ้นปันผลดีๆ ให้มีทีมงานวิจัยที่จะติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงข้อได้เปรียบในการรับข้อมูลข่าวสารที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย และนอกจากนี้การลงทุนผ่านกองทุนรวมจะสามารถกระจายการลงทุนในหุ้นได้หลากหลายบริษัท ในขณะที่ตามปกติแล้วหากเราลงทุนเอง (นักลงทุนรายบุคคล) จะลงทุนในหุ้นได้อย่างมากก็ประมาณ 5-10 หุ้น (บริษัท) แต่ในทางทฤษฎีของการกระจายความเสี่ยงที่ดีนั้นอาจต้องลงทุนเกินกว่า 20 บริษัทขึ้นไป ที่สำคัญผู้ลงทุนรายย่อย เมื่อได้รับเงินปันผลมาจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 10 (แต่ในบางกรณีของผู้ลงทุนแต่ละท่านอาจขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้) แต่ถ้าเป็นกองทุนรวมซึ่งไม่ใช้|หน่วยภาษี ตัวกองทุนรวมเองเมื่อได้รับเงินปันผลจึงไม่เสียภาษี ซึ่งผู้ลงทุนก็สามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ไม่ได้จ่ายเงินปันผลออกมาก็ได้ โดยตัวกองทุนก็จะนำเงินไปลงทุนต่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนเพิ่มขึ้น และเมื่อผู้ลงทุนขายกองทุนได้กำไร กำไรนั้นไม่ต้องเสียภาษี (เปรียบเสมือนได้รับเงินปันผลโดยไม่เสียภาษี) แต่ต้องไม่ลืมนะ เมื่อกองทุนนำไปลงทุนต่ออาจจะได้กำไรเพิ่มขึ้นหรืออาจขายทุนก็ได้
การลงทุนผ่านกองทุนรวมจึงเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ช่วยประหยัดทั้งเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายและรับเงินปันผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย นโยบายกองทุนหุ้นปันผลจะแตกต่างกันไปในแต่ละกองทุน การคัดสรรหุ้นปันผลสไตล์กองทุนรวมนั้น มีได้หลายวิธีซึ่งจะใช้หลายๆ วิธีประกอบการลงทุน เพิ่มข้อมูลแถมกันหน่อย หากต้องการดูว่ากองทุนลงทุนในหุ้นอะไรอยู่ร่วมถึงข้อมูลดีๆ อื่นๆท่านสามารถเข้าดูได้ที่เว็บไซต์www.thaimutualfund.com (http://www.thaimutualfund.com/AIMC/aimc_fundProfile2.jsp)







