จิ้งจอกการเมือง
ทบทวนกันลืมกันหน่อยดีไหม กลุ่มแกนนำเหล่านี้มิใช่หรือ เคยประกาศไม่ขอรับการนิรโทษกรรม
โดย...อสนีบาต
ขณะที่บ้านเมืองกำลังเข้าสู่ยุคมะนาวใบละ 20 บาท หรือครึ่งหนึ่งของราคาข้าวแกงริมถนน อีกมุมของสังคมก็มีแต่ข่าวร้าย ครอบครัวเครียดหนัก พ่อปลิดชีพลูกตายตามกันเพราะด้วยแบกรับภาระหนี้สินไม่ไหว
กับการตั้งคำถามทำไมเศรษฐกิจฝืดเคือง อาชญากรรมเบ่งบาน ผู้คนเครียดจัดใช้อารมณ์ตัดสิน เพราะตัวคนหรือสภาพสังคมไทยอ่อนแอ ฝ่ายนโยบายกำกับดูแลนโยบายด้านสังคม อยู่ไหน ไม่มีใครรู้
แต่รู้อยู่อย่างเดียว งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภา ในส่วนยุทธศาสตร์ชาติหมวดว่าด้วยการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ขัดเกลาผู้คนให้มีศีลธรรมอันดี มีการศึกษา ถูกแบ่งสัดส่วนมาเป็นอันดับหนึ่ง หรือเป็นยุทธศาสตร์ที่ใช้งบประมาณมากที่สุด ก็ยิ่งมีคำถามตามต่อไปอีกว่า ในเมื่อจัดงบประมาณด้านนี้ไว้สูงสุดแต่ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นทำไมดิ่งเหว
ภาครัฐบาลผู้กำหนดนโยบายบริหารชาติ รู้หรือไม่กับสถานการณ์ข้าวของแพง สังคมตึงเครียด ไม่มีเสียงของผู้กำหนดนโยบายหันมาเหลียวแล
มิพักกล่าวถึงปัญหาที่กระทบต่อผู้คนส่วนใหญ่ กรณีไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้คนระดับผู้นำประเทศ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พูดออกมาได้ เพราะคนใต้ใช้ไฟฟ้าเกิน ทั้งที่ข้อเท็จจริงเกิดจากฟ้าผ่า สายส่งไฟฟ้าเสียหายจึงจ่ายไฟไม่เต็มการผลิต
ความจริงถ้าได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่พูดซะดีกว่า เพราะนอกจากทำให้ถูกประจานถึงการบริหารข้อมูลบกพร่อง ยังสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจต่อปัญหาการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน แท้ที่จริงก็มีความจริงใจเพียงแค่นี้เอง
ท่ามกลางคำถามแล้วรัฐบาลชุดนี้มีความช่ำชองทำอะไรกันแน่ คำตอบ มีให้เห็นด้วยอาการร้อนรนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามด้วยเร่งปั๊มกฎหมายนิรโทษกรรมให้กลุ่มคนที่กระทำความผิดในช่วงเผาบ้านเผาเมืองปี'53 ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ และคณะ สส.เพื่อไทยอีกกลุ่ม ผลักดันร่างกฎหมายปรองดองแห่งชาติ แต่เนื้อหาไม่ได้สื่อสารจะสร้างความปรองดองกันได้
เปิดดูรายมาตราล้วนแต่มีจุดมุ่งหมายช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้พ้นผิดจากข้อหาคดีอาญาต่างๆ รวมไปถึงการช่วยเหลือบรรดาแกนนำที่ถูกตั้งข้อหาก่อการร้าย ไม่ว่าจะมาจากเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงให้พ้นผิด
ทบทวนกันลืมกันหน่อยดีไหม กลุ่มแกนนำเหล่านี้มิใช่หรือ เคยประกาศไม่ขอรับการนิรโทษกรรม ขอเปิดชื่อให้เห็นกันก็ได้ เพื่อแยกแยะใครหาญกล้า ใครแอบใต้ชายกระโปรงกฎหมายชื่อสวยหรูฉบับนี้
ไม่ว่าจะเป็น จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แอนด์เดอะแก๊ง เคยย้ำชัดไม่ขอรับการนิรโทษกรรม จริงอยู่ดูสอดคล้องกับ อภิสิทธิ์ เ วชชาชีวะอดีตนายกฯ และ สุเทพ เทือกสุบรรณอดีตรองนายกฯ ยืนยันมาโดยตลอด ไม่หลบหนีไปต่างประเทศพร้อมสู้คดีในชั้นศาล
ผ่านมาถึงวันนี้ อภิสิทธิ์และ สุเทพดำรงจุดยืนเดิม เช่นเดียวกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ขอรับการนิรโทษกรรมตามร่างกฎหมายซ่อนเร้น แถมยังสนับสนุนพี่น้องเสื้อแดงที่ต้องการนำคนผิดมาลงโทษ ต้องเดินหน้าสู่ต่อหาความจริงด้วยการคัดค้านกฎหมายนิรโทษเหมาเข่ง
แต่วันนี้ หากย้อนกลับไปถามแกนนำคนเสื้อแดง กล้ายืนยันในจุดยืนเดิม ไม่ขอสนับสนุนร่างกฎหมายปรองดอง ไม่ขอรับการนิรโทษกรรม พร้อมให้กระบวนการยุติธรรมตัดสินหรือไม่ ปรากฏว่าอ้ำๆอึ้งๆ ด้านหนึ่งหวังผลเพื่อนายและเพื่อข้า ด้านหนึ่งเพื่อมวลชนคอยหนุนนำจะเอายังไงกันดี
คำกล่าวในวันรำลึก 3 ปี เผาเมือง “ผมเห็นด้วยกับร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงไปก่อนส่วนเรื่องของผม ไม่ได้กลับบ้านไม่ต้องเป็นห่วง” คำกล่าวนี้ อยากให้พี่น้องเสื้อแดงบันทึกแปะข้างฝาไว้ให้ดี
เพราะตอนต่อไปในไม่ช้านี้ เมื่อร่างกฎหมายทั้งหมดบรรจุเข้าสภาจะถูกนำมายำรวมกันด้วยเหตุผลเพียงเพื่อช่วยนักการเมืองพ้นผิดด้วย ถึงวันนั้นพี่น้องเสื้อแดงอย่างเราท่าน จะรู้สึกอย่างไร หรือไม่มีปากมีเสียง กลายเป็นคนบอดใบ้อุดมการณ์
ณ นาทีนี้ แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็น สลิ่มบ้าง หางเหลืองบ้าง ตามที่แกนนำเสื้อแดงอยากให้แบ่งฝ่ายเลือกข้าง แต่เราไม่แบ่ง เพราะสถานการณ์แบบนี้ เมื่อความจริงปรากฎก็เหลือแต่พวกเราประชาชนไม่ว่าสีใดคงต้องมาปรับทุกข์ ร่วมกันแสดงความเห็นอกเห็นใจกันเอง
ในเมื่อสัจธรรมการเมือง “ประชาชนคือเบี้ยตัวเล็กๆให้เหล่านักการเมือง หยิบ เล่น เขวี้ยง ทิ้ง” ยังดำรงอยู่เช่นนี้


