
SETเข้าสู่ช่วงพักฐานหลังบริษัททยอยประกาศผลประกอบการ
โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ [email protected]
โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ [email protected]
ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตามที่คาดไว้ แต่ไม่สามารถยืนเหนือได้ มีแรงเทขายออกมาช่วงท้ายสัปดาห์ โดยผลการประชุม ECB และการประชุมเฟด เป็นไปอย่างที่ตลาดคาดไว้ ECB ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในขณะที่ทางเฟดยังคงสนับสนุนการทำ QE ต่อไป แต่เปิดช่องในการดำเนินการซื้อพันธบัตร ต่างจากการประชุมครั้งก่อนๆ คือ ประธานเฟดกล่าวว่า อาจจะทำการซื้อสินทรัพย์เพิ่ม หรือลดการซื้อสินทรัพย์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเศรษฐกิจ
ซึ่งในประเด็นนี้ถือว่าค่อนข้างแปลก เนื่องจากการประเมินของในตลาดช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดถึงการซื้อสินทรัพย์เพิ่มเลย มีเพียงแค่การหยุดซื้อสินทรัพย์ก่อนกำหนดหรือซื้อสินทรัพย์ตามกำหนดเดิม ทำให้ประเด็นนี้ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา และหากมีการซื้อสินทรัพย์เพิ่มจะเป็นปัจจัยหนุนสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกจากสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น
โดยหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการซื้อเก็งกำไรรายกลุ่ม หุ้นเหล็กมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาหนาแน่น หุ้นในกลุ่มเหล็กหลายตัวปรับตัวขึ้นกว่า 10% ในวันศุกร์เพียงวันเดียว เชื่อว่าเป็นการเก็งกำไรก่อนประกาศผลประกอบการที่คาดว่าจะออกในสัปดาห์หน้า ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อวัน-ขายวัน ต่างจากก่อนหน้านี้ที่มีทิศทางซื้อหรือขายที่ชัดเจน คาดว่าเป็นผลจากความกังวลต่อการออกมาตรการค่าเงินบาท ภาพรวมสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดทำจุดสูงสุดใหม่ในระยะสั้นที่ 1,603 จุด แต่ยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,600 จุด ได้กลับมาอ่อนตัวลงท้ายสัปดาห์
ทิศทางตลาดในสัปดาห์นี้เชื่อว่าตลาดจะเริ่มพักฐาน หลังจากที่มีการเก็งกำไรเรื่องผลประกอบการออกมาต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ แม้ว่าผลประกอบการจะออกมาดีอย่างที่คาดไว้ก็ตาม โดยจากสถิติที่ผ่านมาเดือน พ.ค. มักเป็นเดือนที่ตลาดให้ผลตอบแทนเป็นลบ ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี เดือน พ.ค. SET Index ให้ผลตอบแทน -3.53% โดยปี 2012 ผลตอบแทนในเดือน พ.ค. ลดลงถึง 7.1% ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นเหตุผลทางฤดูกาลที่ผลตอบแทนในเดือน พ.ค. ตลาดมักปรับตัวลง โดยตลาดรับรู้ข่าวดีไปในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งเรื่องการลดดอกเบี้ยของ ECB และผลประกอบการ โดยเราประเมินบริเวณที่เป็นเป้าหมายของการปรับฐานที่ 1,560 และ 1,530 จุด ที่ระดับดังกล่าวการอ่อนตัวลงเชื่อว่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามา
ประเด็นเรื่องราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นมาที่บริเวณ 1,480 เหรียญสหรัฐ แต่ยังไม่อ่อนตัวลงทันที สามารถยืนระยะที่บริเวณนี้ เราแนะนำให้ดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในคืนวันศุกร์ประกอบ หากออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้เฟดทำการซื้อสินทรัพย์เพิ่ม โดยเฉพาะหากตัวเลขภาคแรงงานอ่อนตัวลงต่อเนื่องหลายเดือนติดต่อกัน ทำให้ประเด็นนี้จะกลับมาเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในระยะกลาง เนื่องจากการซื้อสินทรัพย์ของเฟดจะส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าและหนุนราคาทองคำได้ แต่อย่างไรก็ตามแนะนำให้รอดูข้อมูลเศรษฐกิจให้ต่อเนื่องอีกระยะหนึ่งก่อน เนื่องจากหากเฟดไม่มีการออกมาตรการเพิ่มมีโอกาสที่ทองคำจะผ่านจุดสูงสุดในระยะสั้นไปแล้ว นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าแรงถึง 3.5% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาทองคำไทยปรับตัวขึ้นในระดับที่มากกว่าราคาทองคำโลก
กลยุทธ์การลงทุน ที่เราได้แนะนำให้นักลงทุนที่ซื้อเก็งกำไรสั้น 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทยอยขายเล่นรอบ แม้ว่าผลประกอบการจะออกมาดีก็ตาม โดยหุ้นในกลุ่มเหล็กผลประกอบการในไตรมาส 2 มีโอกาสชะลอตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก แนะนำให้ทยอยขายทำกำไร รวมถึงหุ้นรายหลักทรัพย์อย่าง THAI PTTGC QH ด้วย ในขณะที่หากจะเข้าใหม่ แนะนำให้รอที่บริเวณ 1,560 และ 1,530 จุด ตามลำดับ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานคาดว่าจะเป็นเป้าหมายของการเปลี่ยนกลุ่มเล่น หลังราคาปรับตัวลงรับปัจจัยลบไปในระดับหนึ่งแล้ว







