
ส่อยกคำร้องแก้รธน.68
แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เสียง รับคำร้องของ สมชาย แสวงการ
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เสียง รับคำร้องของ สมชาย แสวงการ สว.สรรหา ที่ใช้สิทธิตามมาตรา 68 เพื่อขอให้ยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และมาตรา 237 ของรัฐสภา เนื่องจากมองว่าเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชน และขอให้ศาลพิจารณายุบพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ เพราะเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา
ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องของ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว.สรรหา ที่ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้ส่ง วิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ สส.อีก 11 คน เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งสองเรื่องที่ยกมา ล้วนมีความเห็นตรงกันของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เห็นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะต้องรอให้เกิดความชัดเจนจากการที่สภาพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญในวาระ 2 เสียก่อน อีกทั้งเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้ยังไม่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 68
ทุบโต๊ะได้เลยว่า เป็นไปได้มากที่ศาลรัฐธรรมนูญจะยกคำร้องของสมชาย เพราะยังไม่มีเรื่องประเด็นที่ชัดเจนว่าเป้าหมายของการแก้รัฐธรรมนูญมุ่งหวังล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเมื่อเป็นเช่นนี้ ยิ่งคาดการณ์ได้เลยว่า ทันทีที่เปิดประชุมสมัยวิสามัญ “สภาเดือดแน่นอน”







