
"หุ้นไทยปรับฐาน"โอกาสเลือกลงทุนรายหุ้น
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFP ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFP ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
“ศุกร์ทมิฬ” ศุกร์ที่ 22 มี.ค. 2556 สร้างบันทึกหน้าใหม่ให้กับตลาดหุ้นไทยหลายเรื่อง ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,478.97 จุด ดิ่ง 50 จุด หรือ 3.3% ในวันเดียว ด้วยวอลุมเทรด 101,362 ล้านบาท! สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2518 (โดยที่ไม่มีบิ๊กล็อตขนาดยักษ์) แซงหน้าสถิติเดิมที่ 9 หมื่นกว่าล้านเมื่อปี 2549 (วันขายหุ้น SHIN ให้เทมาเซก)
สัปดาห์ก่อนดัชนีร่วงต่อเนื่อง 5 วันทำการ รวม 7.5% หลังพุ่งแรง 50% ในรอบ 14 เดือน (ม.ค. 2555-ก.พ. 2556) นำหน้าตลาดหุ้นโลก
น่าสนใจมากว่า การปรับตัวลงแรงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีข่าวร้ายที่ชัดเจน เท่าที่รวบรวมได้มีดังนี้
ประการแรก ความเสี่ยงทางการเมือง อุณหภูมิการเมืองไทยกำลังพุ่งขึ้นเร็วยิ่งกว่าอากาศร้อนในเดือน เม.ย. ท่ามกลางความกังวลหลายประเด็น
1) กรณีเงินกู้ 30 ล้านบาท ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบอยู่ อาจกลายเป็นอุบัติเหตุทางการเมืองกระทบต่อตำแหน่งนายกฯ จนมีกระแสข่าวเตรียม “นายกฯ สำรอง”
2) ความพยายามในการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตลอดจนร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ท่ามกลางแรงต้านของฝ่ายตรงข้าม
ข่าวลือหนาหู ร้อนถึงเลขาธิการนายกฯ ต้องออกมาปฏิเสธทั้งข่าวปฏิวัติและข่าวการลาออกจากตำแหน่งนายกฯ
ผมมองว่า รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยยังคงกุมสภาพไว้ได้ ต่อให้มีอุบัติเหตุเปลี่ยนนายกฯ จะหัวใหม่หรือหัวเดิม ก็ยังคงขับเคลื่อนนโยบายเดิม เรียกได้ว่า นโยบายหลักโดยเฉพาะเศรษฐกิจยังคงมีความต่อเนื่อง
ประการที่ 2 ความกังวลต่อมาตรการสกัดบาทแข็ง หลังเงินบาทแข็งพรวดจ่อ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ผมมองว่า ท่านผู้ว่าการ ธปท.และ รมว.คลัง ต่างมีพื้นเพมาจากตลาดทุน ย่อมเข้าใจเป็นอย่างดีถึงผลกระทบของมาตรการควบคุมการไหลของเงินทุน
อย่างไรก็ดี การออกมาตรการเฉพาะจุด เพื่อชะลอเงินทุนไหลเข้าเป็นสิ่งที่สามารถคาดหมายได้ แต่ไม่น่าจะกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างรุนแรงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2549 ผู้ลงทุนควรตั้งสติไม่หวั่นไหวต่อข่าวลือเหล่านี้ และลำพังบาทแข็งอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนใจ กนง.เสียงส่วนใหญ่ให้ลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 3 เม.ย.นี้ และในด้านหนึ่ง บาทแข็งก็มีประโยชน์
ประการที่ 3 “ลือฟอร์ซเซล” จนตลาดหลักทรัพย์และผู้เกี่ยวข้องต้องเรียงหน้ากันปฏิเสธว่า ทั้งระบบไม่พบการบังคับขายหุ้น!
ส่วนมาตรการสกัดหุ้นร้อน เช่น ข้อเสนอให้วางหลักประกัน 20% ไม่มีผลต่อภาพรวม อาจสร้างความยุ่งยากให้กับกลุ่มเล่นเน็ตเซตเทิลเมนต์ รวมถึงกลุ่มที่เพิ่งเปิดบัญชีครั้งแรกบ้างเท่านั้น
ประการที่ 4 ปัญหาเศรษฐกิจไซปรัส อยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์ รัฐสภาได้ผ่านร่างกฎหมายฉุกเฉินเพื่อจัดตั้งกองทุนด้านการลงทุน จับตาดูต่อไปว่า ไซปรัสจะหาทางออกได้ทันเส้นตายวันที่ 25 มี.ค.หรือไม่ มิฉะนั้นธนาคารกลางยุโรปจะระงับการปล่อยเงินกู้ฉุกเฉินแก่ธนาคารพาณิชย์
น่าสังเกตว่า ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในยูโรโซนก็ไม่ได้ร่วงแรงเหมือนบ้านเรา
สรุปได้ว่า หุ้นไทยร่วงแรงกว่าภูมิภาครอบนี้ ลือกันไปเอง ไม่ได้มีข่าวร้ายที่ชัดเจน เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2555 ดัชนีหุ้นไทยยังบวกอยู่ 6.25% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น ลดลงประมาณ 2%
หลังหลุดแนวรับ 1,500 จุด ตลาดหุ้นอยู่ในสภาพ “ช้ำ” ความเชื่อมั่นหดหาย อาจต้องใช้เวลาสร้างฐานราคาสักพัก อย่างไรก็ดีแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ธนาคารกลางสำคัญยังยืนยันทำ QE สภาพคล่องทั่วโลกยังอยู่ในเกณฑ์สูง
ราคาหุ้นที่ร่วงลงรอบนี้ จึงเป็นโอกาสสำหรับการทยอยเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดี ที่การคาดการณ์กำไรมีความแน่นอนสูง แต่ราคาหุ้นถอยแรงตามตลาด
พบกันใหม่ สัปดาห์หน้าครับ







