posttoday
"หุ้นไทยปรับฐาน"โอกาสเลือกลงทุนรายหุ้น

"หุ้นไทยปรับฐาน"โอกาสเลือกลงทุนรายหุ้น

25 มีนาคม 2556

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFP ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFP ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

“ศุกร์ทมิฬ” ศุกร์ที่ 22 มี.ค. 2556 สร้างบันทึกหน้าใหม่ให้กับตลาดหุ้นไทยหลายเรื่อง ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,478.97 จุด ดิ่ง 50 จุด หรือ 3.3% ในวันเดียว ด้วยวอลุมเทรด 101,362 ล้านบาท! สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2518 (โดยที่ไม่มีบิ๊กล็อตขนาดยักษ์) แซงหน้าสถิติเดิมที่ 9 หมื่นกว่าล้านเมื่อปี 2549 (วันขายหุ้น SHIN ให้เทมาเซก)

สัปดาห์ก่อนดัชนีร่วงต่อเนื่อง 5 วันทำการ รวม 7.5% หลังพุ่งแรง 50% ในรอบ 14 เดือน (ม.ค. 2555-ก.พ. 2556) นำหน้าตลาดหุ้นโลก

น่าสนใจมากว่า การปรับตัวลงแรงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีข่าวร้ายที่ชัดเจน เท่าที่รวบรวมได้มีดังนี้

ประการแรก ความเสี่ยงทางการเมือง อุณหภูมิการเมืองไทยกำลังพุ่งขึ้นเร็วยิ่งกว่าอากาศร้อนในเดือน เม.ย. ท่ามกลางความกังวลหลายประเด็น

1) กรณีเงินกู้ 30 ล้านบาท ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบอยู่ อาจกลายเป็นอุบัติเหตุทางการเมืองกระทบต่อตำแหน่งนายกฯ จนมีกระแสข่าวเตรียม “นายกฯ สำรอง”

2) ความพยายามในการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตลอดจนร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ท่ามกลางแรงต้านของฝ่ายตรงข้าม

ข่าวลือหนาหู ร้อนถึงเลขาธิการนายกฯ ต้องออกมาปฏิเสธทั้งข่าวปฏิวัติและข่าวการลาออกจากตำแหน่งนายกฯ

ผมมองว่า รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยยังคงกุมสภาพไว้ได้ ต่อให้มีอุบัติเหตุเปลี่ยนนายกฯ จะหัวใหม่หรือหัวเดิม ก็ยังคงขับเคลื่อนนโยบายเดิม เรียกได้ว่า นโยบายหลักโดยเฉพาะเศรษฐกิจยังคงมีความต่อเนื่อง

ประการที่ 2 ความกังวลต่อมาตรการสกัดบาทแข็ง หลังเงินบาทแข็งพรวดจ่อ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ผมมองว่า ท่านผู้ว่าการ ธปท.และ รมว.คลัง ต่างมีพื้นเพมาจากตลาดทุน ย่อมเข้าใจเป็นอย่างดีถึงผลกระทบของมาตรการควบคุมการไหลของเงินทุน

อย่างไรก็ดี การออกมาตรการเฉพาะจุด เพื่อชะลอเงินทุนไหลเข้าเป็นสิ่งที่สามารถคาดหมายได้ แต่ไม่น่าจะกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างรุนแรงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2549 ผู้ลงทุนควรตั้งสติไม่หวั่นไหวต่อข่าวลือเหล่านี้ และลำพังบาทแข็งอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนใจ กนง.เสียงส่วนใหญ่ให้ลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 3 เม.ย.นี้ และในด้านหนึ่ง บาทแข็งก็มีประโยชน์
ประการที่ 3 “ลือฟอร์ซเซล” จนตลาดหลักทรัพย์และผู้เกี่ยวข้องต้องเรียงหน้ากันปฏิเสธว่า ทั้งระบบไม่พบการบังคับขายหุ้น!

ส่วนมาตรการสกัดหุ้นร้อน เช่น ข้อเสนอให้วางหลักประกัน 20% ไม่มีผลต่อภาพรวม อาจสร้างความยุ่งยากให้กับกลุ่มเล่นเน็ตเซตเทิลเมนต์ รวมถึงกลุ่มที่เพิ่งเปิดบัญชีครั้งแรกบ้างเท่านั้น

ประการที่ 4 ปัญหาเศรษฐกิจไซปรัส อยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์ รัฐสภาได้ผ่านร่างกฎหมายฉุกเฉินเพื่อจัดตั้งกองทุนด้านการลงทุน จับตาดูต่อไปว่า ไซปรัสจะหาทางออกได้ทันเส้นตายวันที่ 25 มี.ค.หรือไม่ มิฉะนั้นธนาคารกลางยุโรปจะระงับการปล่อยเงินกู้ฉุกเฉินแก่ธนาคารพาณิชย์
น่าสังเกตว่า ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในยูโรโซนก็ไม่ได้ร่วงแรงเหมือนบ้านเรา

สรุปได้ว่า หุ้นไทยร่วงแรงกว่าภูมิภาครอบนี้ ลือกันไปเอง ไม่ได้มีข่าวร้ายที่ชัดเจน เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2555 ดัชนีหุ้นไทยยังบวกอยู่ 6.25% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น ลดลงประมาณ 2%

หลังหลุดแนวรับ 1,500 จุด ตลาดหุ้นอยู่ในสภาพ “ช้ำ” ความเชื่อมั่นหดหาย อาจต้องใช้เวลาสร้างฐานราคาสักพัก อย่างไรก็ดีแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ธนาคารกลางสำคัญยังยืนยันทำ QE สภาพคล่องทั่วโลกยังอยู่ในเกณฑ์สูง

ราคาหุ้นที่ร่วงลงรอบนี้ จึงเป็นโอกาสสำหรับการทยอยเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดี ที่การคาดการณ์กำไรมีความแน่นอนสูง แต่ราคาหุ้นถอยแรงตามตลาด

พบกันใหม่ สัปดาห์หน้าครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท