
รักชาติยิ่งชีพ
เส้นทางชีวิตของคนคนหนึ่ง กว่าที่จะได้รับยกย่องว่าเป็น “วีรบุรุษ” ต้องผ่านการทำคุณงามความดี
โดย...ธนก บังผล
เส้นทางชีวิตของคนคนหนึ่ง กว่าที่จะได้รับยกย่องว่าเป็น “วีรบุรุษ” ต้องผ่านการทำคุณงามความดี มีความตั้งใจตั้งมั่นในอุดมการณ์เพื่อประโยชน์ของประชาชนและชาติบ้านเมือง
กว่าจะพิสูจน์กันได้ขนาดนั้น ร้อยทั้งร้อยต้องเอาเลือดและวิญญาณเข้าแลก ไม่ใช่อยู่ๆ จะมานั่งอุปโลกน์ตัวเองเที่ยวไล่ป่าวประกาศอวดอุตริต่อสาธารณะ
ยังจำ “จ่าเพียรขาเหล็ก” พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ได้หรือเปล่าครับ ท่านเสียชีวิตเมื่อ 12 มี.ค. 2553 นั่นทำให้จ่าเพียรได้เลื่อนยศเป็น “พลตำรวจเอก” ในวันรุ่งขึ้น
ย้อนกลับไปเมื่อ 6 พ.ค. 2525 จ่าเพียรได้รับการโปรดเกล้าฯ เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญรามมาลาเข็มกล้ากลางสมร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และกระทำพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
จ่าเพียรเป็นเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนั้น ทั้งๆ ที่มียศแค่จ่าสิบตำรวจ เพราะอะไรนะหรือครับ ...เพราะในร่างของจ่าเพียรนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยสะเก็ดระเบิด ขาเกือบพิการ หูข้างหนึ่งไม่ได้ยิน
แต่หัวใจของจ่าเพียรหล่อมาก ผมยอมรับโดยดุษณีทั้งจากผลงานและชีวิตส่วนตัว
15 มี.ค. 2556 คล้อยหลังการจากไปของจ่าเพียร 3 ปี 3 วัน ชื่อของ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รองผู้กำกับปราบปราม (รอง ผกก.ป.) สภ.รือเสาะ ได้รับการจารึกให้เป็นวีรบุรุษคนล่าสุด
หลังจากทราบประวัติเพื่อนำมาเขียน บอกกับท่านผู้อ่านตามตรง ผมรู้สึกตื้นตัน ชื่นใจ เป็นปีติ
พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ หรือ “สารวัตรชุมแพ” ของชาวบ้าน อาสาลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ทันที หลังจากที่เราสูญเสีย “ครูจูหลิง ปงกันมูล” โดยตั้งปณิธานด้วยเกียรติของตำรวจไว้ว่า “ต้องจับผู้ก่อเหตุโหดเหี้ยมนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ หากไม่สำเร็จจะไม่ขอออกนอกพื้นที่เป็นอันขาด”
อุดมการณ์ในวิชาชีพของสารวัตรชุมแพ ผมไม่สามารถเล่าให้ครบถ้วนได้ แต่ชาวบ้าน ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ประสงค์จะร่วมกันก่อสร้างอนุสาวรีย์ของ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงในคุณงามความดี
ผมไม่อยากจะนึกถึงกรณีการให้ตำรวจจับสลากลงใต้ ไม่อยากนึกถึงการยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อต้องลงไปใต้ ไม่อยากนึกถึงการวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง ไม่อยากนึกถึงตำรวจนอกรีตค้ายา คุมบ่อน ข่มเหงรังแกประชาชน อวดอ้างยศถาบรรดาศักดิ์รีดไถเงิน ฯลฯ
ผมไม่อยากนึกถึงการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ไม่อยากนึกถึงนักการเมืองใช้วาจาสถุลถ่อยในสภาอันทรงเกียรติ การโกหก หลอกลวง ปั้นน้ำ ไม่อยากนึกถึงการโกงกินฉ้อราษฎร์บังหลวงคอร์รัปชัน ฯลฯ
หัวใจของผมมักจะชื่นฉ่ำทุกครั้งที่รู้ว่าอย่างน้อยผืนแผ่นดินแม่แห่งนี้ก็เคยมีคนดีๆ ได้พักอาศัย
ถึงแม้ว่าเขาจะจากไปแล้วก็ตาม







