
เสียงเตือน
คำเตือนครั้งสำคัญปรากฏออกมาจากปากคำของ สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
คำเตือนครั้งสำคัญปรากฏออกมาจากปากคำของ สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
นั่นคือการที่ สมชัย ระบุว่า แนวโน้มหนี้สาธารณะของประเทศ มีความเสี่ยงที่จะสูงถึง 70-80% ของขนาดเศรษฐกิจ (จีดีพี) ภายใน 5 ปี
ปัจจัยเสี่ยงที่จะสร้างภาระต่อหนี้สาธารณะ ได้แก่ โครงการรับจำนำข้าว
จากการวิจัยคาดว่าในปีแรกจะมีการขาดทุน 1.7 แสนล้านบาท และเพิ่มเป็นปีละ 2 แสนล้านบาท หากยังเดินหน้าต่อ
ปัจจัยต่อมาคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้านบาท
แม้ทั้งหมดจะเป็นการลงทุนที่จำเป็น แต่รัฐบาลต้องป้องกันเรื่องคอร์รัปชันและต้องใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพการใช้จ่ายของภาครัฐ
นอกจากนั้นในส่วนงบประมาณประจำก็ต้องมีภาระเพิ่มขึ้น อย่างน้อย 7-10% ทุกปี
หากหนี้เพิ่มขึ้นในระดับดังกล่าว ถือว่าอันตราย เพราะสูงกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดว่าหนี้ต้องไม่เกิน 60% ของจีดีพี
แน่นอนที่สุด รัฐบาลหวังว่า หากมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว เมื่อเศรษฐกิจขยายตัวแม้จะมีหนี้ เกิดขึ้น แต่ทว่าจะสามารถรักษาระดับหนี้ให้อยู่ในสัดส่วนที่ไม่เป็นอันตราย
แต่ประเด็นสำคัญที่ สมชัย ระบุคือในระยะสั้น หากเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 45% อันเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง จะส่งผลให้หนี้สาธารณะของไทยพุ่งสูงขึ้นมาก
นี่แหละ คำเตือนที่บรรดาผู้มีอำนาจทั้งหลาย ควรจะรับฟัง อย่าได้มองเห็นเฉพาะโอกาส แต่ไม่ได้ห่วงความเสี่ยงเอาไว้
ยิ่งเฉพาะรัฐบาลกำลังเดินหน้าในสารพัดโครงการ ด้วยวิธีใช้เงินนอกงบประมาณ ใช้วิธีหลบเลี่ยงการตรวจสอบทั้งการซุกหนี้ไว้กับธนาคารของรัฐ หรือเป็นการกู้เงินโดยออกเป็น พ.ร.บ. เหล่านี้เป็นความเสี่ยงของประเทศทั้งสิ้น
ความจริงแล้วในรัฐธรรมนูญ หมวด 8 มาตรา 167 วรรค 3 กำหนดให้รัฐบาลออกกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง เพื่อป้องกันการซุกหนี้ การใช้เงินที่ไม่มีประสิทธิภาพ แต่จนถึงป่านนี้ ก็ยังไม่มีการผลักดันออกกฎหมายดังกล่าว
แนวโน้มในอนาคต ก็ไม่มีวี่แววการผลักดันร่างกฎหมายวินัยการ คลังแม้แต่น้อย
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เพราะการกู้ การซุกหนี้ มันสบายกว่ากันเยอะ
และสุดท้ายบาปกรรมมันต้องตกกับประเทศ
เพียงแค่รอว่าตอจะโผล่ในวันใด







