
ร้ายแรงกว่าไฟดับ
ปัญหาไฟดับกลายเป็นสิ่งที่พูดกันทั้งเมือง และรัฐบาลก็โหมประโคมข่าวอย่างต่อเนื่อง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ปัญหาไฟดับกลายเป็นสิ่งที่พูดกันทั้งเมือง และรัฐบาลก็โหมประโคมข่าวอย่างต่อเนื่อง
ความจริงแล้ว ในเดือน เม.ย. จะไม่มีไฟดับทั้งเมือง อาจจะมีแต่เพียงไฟตกในบางช่วง บางขณะเท่านั้น โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ก็คือ การผลักดันการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเสียมากกว่า
และว่าไปแล้วยังมีเรื่องที่ใหญ่กว่าไฟดับ กลับไม่ได้มีการรณรงค์กันอย่างจริงจัง นั่นคือปัญหาน้ำแล้งที่จะมีผลกระทบวงกว้าง และยืดเยื้อยาวนานกว่า
ยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ใช้การได้เพียง 1.9 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 27% ของปริมาณความจุอ่าง
กรมชลประทานจะใช้กระบวนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานให้สามารถมีน้ำเพียงพอไปได้ถึงเดือน พ.ค. โดยเน้นจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรน้ำในเรื่องอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ
ส่วนการเพาะปลูกจะอยู่ในอันดับสุดท้าย
อ่างเก็บน้ำ 9 แห่งในภาคอีสาน ต้องงดการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง คือ เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนน้ำอูน เขื่อนน้ำพุง เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนกระเสียว เขื่อนลำปาว เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำแซะ และเขื่อนลำมูลบน มีพื้นที่ 39 ล้านไร่
พื้นที่เหล่านี้จะมีการของบประมาณสร้างอาชีพเสริม เช่น ปลูกเห็ด เลี้ยงกบ ปลูกผักตะกร้าให้กับเกษตรกรทดแทนการปลูกข้าว
ตั้งแต่เดือนหน้า กรมชลประทานจะเริ่มลดการระบายเข้าสู่คลองชลประทาน จึงขอให้เกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรังครั้งที่ 2 และให้หันไปปลูกพืชน้ำน้อยแทน
นี่แหละ ความรุนแรงของภัยแล้งปรากฏให้เห็น
และแน่นอน เค้าลางสงครามน้ำกำลังจะเกิดขึ้น
ไม่มีเกษตรกรหน้าไหนหรอกจะเลิกปลูกข้าว เห็นได้จากหลายครั้งหลายหนที่มีปัญหาภัยแล้ง ก็ไม่เคยทำให้ชาวนาลดการปลูกข้าวได้
ยิ่งมีการประกันราคาที่เกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ก็ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ปลูกข้าว
รัฐบาลจะทำอย่างไรกับภัยแล้งที่รออยู่
งานนี้จะมีแบบนั่งตุ๊กตุ๊กโชว์หรือเปล่า ก็กำลังรอดูด้วยใจระทึก







