
ลำดับ 3 ต่ำกว่า 3 แสน
ใกล้ถึงวันที่ 3 มี.ค. เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) บรรยากาศแข่งขันหาเสียงเข้มข้นสุดๆ
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ใกล้ถึงวันที่ 3 มี.ค. เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) บรรยากาศแข่งขันหาเสียงเข้มข้นสุดๆ
หากย้อนดูผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2552 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน กทม.ประมาณ 4.15 ล้านคนแต่มาใช้สิทธิประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 2.12 ล้านคนเท่านั้น ครั้งนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้คะแนน 934,606 คะแนน ที่ 2 ยุรนันท์ ภมรมนตรี ได้ 611,669 คะแนน ที่ 3 ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ได้ 334,846 คะแนน
เห็นได้ว่า คะแนนลำดับที่ 3 ได้ถึง 3 แสนคะแนน ตรงนี้เป็นผลมาจากกระแสความนิยมผู้สมัครประเภทศิลปินดาราในช่วงนั้นฮอตฮิตทางหน้าสื่อ
แต่สำหรับเลือกตั้งครานี้ สำรวจจากตัวผู้สมัครมุ่งไปที่นักการเมืองสังกัดพรรคจากฟากรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ละฝ่ายหวังผลสูงทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ เพราะชี้วัดต่อการสร้างและรักษาฐานเสียงในเมืองสอดคล้องสถาบันโพลระบุทิศทางเดียวกัน ผู้สมัครที่ได้ลำดับที่ 1 และ 2 จะชนะกันด้วยคะแนนสูสี
ถ้ายึดผลเลือกตั้งเมื่อปี 2552 มีผู้ใช้สิทธิ 2.12 ล้านเสียง มาพิจารณาประกอบกัน ฝ่ายหนึ่งตั้งความหวัง 9 แสน1 ล้านคะแนน อีกฝ่ายบอกต้องการ 89 แสนคะแนน รวมสองพรรคปาเข้าไป 1.9 ล้านคะแนน เกือบ 2 ล้านคะแนน เหลือคะแนนให้ลำดับที่ 3 อย่างมาก 2 แสนคะแนน นี่ยังไม่นับการแชร์คะแนนลำดับถัดไปด้วย อีกทั้งต้องยอมรับผู้สมัครอิสระขาดปัจจัยสนับสนุนสร้างกระแสต่างจากสังกัดพรรคการเมือง
ด้วยเหตุผลทั้งหลายแหล่ ทุบโต๊ะ ได้เลยผลคะแนนลำดับที่ 3 จะได้ไม่ถึง 3 แสนคะแนน เหมือน 4 ปีที่ผ่านมา







