
10ปีประชาชนตัดสิน
สิ่งที่ขาดไม่ได้ นั่นคือการทำหน้าที่เสมือนสุนัขเฝ้าบ้านคอยส่งเสียงตรวจสอบเหล่าคณะแวดวงทางการเมือง ภาคธุรกิจ
โดย....อสนีบาต
นานๆจะกล่าวถึงตึกสูงชั้น 2 ย่านคลองเตย โดยมีแผ่นป้ายสีแดงพร้อมชื่อ "หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์" ติดตระหง่านท้าทายแดดลมสักหน่อยครับ เนื่องจากโพสต์ทูเดย์และสื่อในเครือ รวมถึงเวปไซต์โพสต์ทูเดย์ออนไลน์ที่คลานตามกันมา แต่ก็ขอนับรวมกำลังครบ 10 ปี ก้าวสู่ปีที่ 11 ในวันที่ 7 ก.พ. 2556 นี้
ก่อนถึงวันนั้นกองบรรณาธิการตกลงปลงใจกันว่าจะขออนุญาตนำเสนอความแปลกใหม่ตอบสนองคุณผู้อ่านเป็นการล่วงหน้า เห็นได้ว่าตั้งแต่ฉบับวันจันทร์ที่ 4 ก.พ. คุณผู้อ่านคงรู้สึกได้เหมือน...อสนีบาต..กับการปรับโฉมหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบจัดหน้า กำหนดสีสันโดดเด่น พร้อมเติมเต็มเพิ่มคอลัมน์
อย่างไรก็ตามเอกลักษณ์ดำรงอยู่คือหน้าบทวิเคราะห์ด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ต่างประเทศเพื่อหวังจะเป็นสื่อเคียงคู่คุณผู้อ่านในการช่วยมองทิศทางการลงทุน ร่วมกับการประเมินความเป็นไปของสถานการณ์บ้านเมืองทั้งในและต่างประเทศในลักษณะรู้ก่อนใครไกลก่อนเพื่อน
อาจมีความขลุกขลักอยู่บ้างในการปรับโฉม หน้าตาไม่หล่อ ไม่สวยบ้าง ทรงผมไม่ถูกใจ เครื่องแต่งกายไม่ได้เรื่อง แต่ชาวคณะน้อมรับฟังความผิดพลาดคลาดเคลื่อน เสียงท้วงติงเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขเพราะให้ถือเสียว่า สื่อแห่งนี้ก็เป็นของประชาชนทุกคน
โพสต์ทูเดย์ยืนหยัดด้วยความแข็งแรงมาถึงวันนี้ได้ เพราะการตอบรับอันแสนอบอุ่นของพี่น้องประชาชน ด้วยเหตุนี้ตัวตนคนโพสต์ทูเดย์จึงต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างมาก
ห้วงเวลาหมุนเวียนจากอดีต สู่ปัจจุบัน และเตรียมก้าวไปยังอนาคต หลายเหตุการณ์ผ่านเข้ามา ถูกผลิตออกมาเป็นข่าวสารถึงประชาชน
โพสต์ทูเดย์กำหนดจุดยืนในหน้าที่ไม่เป็นสื่อภายใต้คอนโทรลของกลุ่มผู้มีอำนาจ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ด้วยการนำเสนอข่าวรอบด้านให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย สิ่งที่ขาดไม่ได้ นั่นคือการทำหน้าที่เสมือนสุนัขเฝ้าบ้านคอยส่งเสียงตรวจสอบเหล่าคณะแวดวงทางการเมือง ภาคธุรกิจ ที่กระทำการไม่ชอบมาพากลแทนประชาชนอีกทางหนึ่ง
แม้การนำเสนอข่าวสาร รายงานพิเศษ บทวิเคราะห์ บทความ จะเป็นที่ถูกใจและไม่พอใจ บ้างชื่นชม บ้างตำหนิ ด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่ว่าจะกล่าวหาเป็นสื่อรับใช้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง กล่าวประนามเป็นสื่อสลิ่มเน่า หางเหลือง หรือ อะไรก็ตาม ...อสนีบาต...กลับมองว่านี่เป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์
สำคัญคือตัวตนของการทำหน้าที่สื่อ ณ ตรงนี้ เพราะการได้มีโอกาสแทนประชาชนเข้าถึงแหล่งข่าวทั้งในระดับลึก ระดับกว้าง เห็นธาตุแท้ความเป็นไปในลักษณะที่ประชาชนอาจไม่คาดคิด สิ่งที่เห็น สิ่งที่ถูกสร้างให้สวยหรูตามที่ประชาชนเห็นหน้าฉาก แท้จริงอาจไม่สวยงามอย่างที่คิด นั่นคือหน้าที่... อสนีบาต.. และคณะจึงต้องเสาะแสวงหานำมาบอกเล่า ได้ทราบความเป็นไปของตัวละครที่มีบทบาทในการกำหนดอนาคตประเทศ
อีกอย่าง อาจเป็นความไม่ถนัดของโพสต์ทูเดย์อย่างหนึ่ง ที่ต้องคอยเสนอข่าวประชาสัมพันธ์รัฐบาล เพราะผู้มีอำนาจรัฐทั้งหลายก็มีสื่อพีอาร์อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไปสนองตอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใด มาจากพรรคใด จะทหาร หรือพลเรือน ผ่านมาสิบปี ก็ไม่ถนัดดัดจริตนักที่จะต้องสยบยอมชื่นชม แต่การทำหน้าที่ตรวจสอบ ล้วงหาความเป็นจริง นั่นคือหัวใจสำคัญกว่า
การทำหน้าที่เช่นนี้ ทำให้...อสนีบาต...และชาวคณะมีที่ยืนอยู่ตรงนี้ได้ในสังคมแวดวงคนข่าว นักข่าว อย่างไม่ต้องหลบซ่อน หรือถูกตราหน้าว่า สื่อสิบแปดมงกุฎ สื่อรับใช้เงินนักการเมือง น้ำหมึกเปลี่ยนสี หรือสื่อจอมแถ ตามที่สังคมคนข่าวเห็นดาษดื่น ใครเป็นใครต่างก็รับรู้กันดีอยู่ในปัจจุบัน
ห้วงเวลา10ปีและกำลังขยับก้าวสู่ปีที่11 การทำงานอย่างตรงไปตรงมา สัตย์ซื่อในวิชาชีพหรือไม่ บทพิสูจน์นี้..อสนีบาต...ไม่จำเป็นต้องการันตี แต่ขอให้ประชาชน คุณผู้อ่านตัดสินแล้วกันครับ
และจะยืนหยัดทำหน้าที่ตราบที่เป็นโพสต์ทูเดย์ สู่ปีที่ 11 ต่อไปครับ







