
โลกสวยนิเจ๊
ผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญ 2 ปัญหาใหญ่ ปัญหาจากการที่รัฐบาลดำเนินการให้มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ
โดย...สันทัด กรณี
ผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญ 2 ปัญหาใหญ่ ปัญหาจากการที่รัฐบาลดำเนินการให้มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ กับปัญหาเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งสองปัญหาไม่ใช่อุบัติขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่เป็นปัญหาที่ภาคเอกชนทั้งกระซิบ ทั้งขอร้องจนแทบกราบอ้อนวอนให้รัฐบาลเข้ามาดูแลก่อนที่จะตายกันเป็นเบือ และก็นั่นแหละเหมือนบ่นกับเสาไฟฟ้า ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จะสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีที่โดนเต็มๆ
สิ่งที่ได้ยินจากคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มีแต่แนวทางรูปธรรมให้คำตอบตามตำราเศรษฐกิจ สำนักโลกสวย ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เกิดความสบายใจ
ในทางปฏิบัติ รัฐบาลแทบยังไม่ได้ออกตัวแก้ปัญหาสักนิดทั้งที่หลายกิจการปิดไปแล้ว คนงานทยอยตกงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
มาดูมาฟัง คุณยิ่งลักษณ์ อัพเดตแนวทางของรัฐบาลกับปัญหาที่รู้มาเกิดแน่ตั้งแต่ปีที่แล้ว มาวันนี้เจ๊ปูท่านว่าอย่างนี้ครับ กรณีภาคเอกชนออกมาสะท้อนว่ามีการขึ้นค่าแรง 300 บาท และต้องมาเจอสภาวะค่าเงินบาทแข็งตัว ส่งผลให้ศักยภาพการแข่งขันลดลงนั้น
“ในส่วนของรัฐบาลจะเร่งพูดคุยกับภาคเอกชน เพราะต้องดูมาตรการและแนวทางต่างๆ ในการให้การช่วยเหลือ และก่อนหน้านี้ได้ฝากไปยังคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ให้ทำการหารือและคงจะได้นัดพูดคุยกับภาคเอกชนต่อไป”
อะจ๊ากกกส์...จะเร่งคุย ว้ายยยตายแว้ว
วันนี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. รอไม่ไหวจะเปิดประชุมสรุปมาตรการบรรเทาผลกระทบ เพื่อเดินไปหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเองแล้ว
คุณเกรียงไกร เธียรกุล รองประธาน ส.อ.ท. ได้แสดงความต้องการให้ ธปท. และกระทรวงการคลัง ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามากไปกว่า 30 บาท/เหรียญสหรัฐ เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่กำลังปรับตัวรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าแรง 300 บาท/วัน ซึ่งหากเผชิญกับการแข็งค่าของเงินบาท จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้ผู้ประกอบการรายได้ลดลงในขณะที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งในที่สุดจะไม่สามารถอยู่รอดได้ และล้มเลิกกิจการไปในที่สุด
ครับ...รัฐบาลโลกสวยช่างฝันของผม ท่านขายฝันด้วยการทุ่มเทงบประมาณแม้จะกู้ก็เอา เพื่อเอาไปสร้างคะแนนนิยมผ่านสารพัดโครงการประชานิยม จำนำข้าวเอย รถยนต์คันแรกเอย ฯลฯ แม้กระทั่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าผู้ประกอบการไปสนองนโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ คุณยิ่งลักษณ์และคุณกิตติรัตน์ อธิบายเหมือนกันว่า สิ่งที่ทำคือการให้นโยบายนั้นเป็นการทำให้เกิดการใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน
“หากมองดูในภาพรวมกำลังซื้อในประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะกำลังซื้อในต่างจังหวัดเมื่อกำลังซื้อในประเทศดีขึ้นก็จะกลับมาสู่ผู้ประกอบการภาคเอกชน”
กำลังซื้อดีขึ้นจากอะไร? เงินกลับเข้าใคร?
อืมม คนแห่ซื้อรถยนต์คันแรกกันแหลกลาญ บริษัทข้ามชาติผู้ประกอบการรถยนต์รวยเละ ราคาสินค้าอาหารทะยานตัว ฯลฯ ...จากพวกนี้ใช่ป่ะ
ระวังนะครับ กระตุ้นเพลินจนเกินงาม จนเสพติดการกระตุ้น ประเทศจะช็อกตายคามือ (ไม่ฮา)







