
คิดบวก
นับถอยหลังในอีกไม่กี่ชั่วโมงจะเริ่มต้นสู่ปี 2556 แล้วนะครับ
นับถอยหลังในอีกไม่กี่ชั่วโมงจะเริ่มต้นสู่ปี 2556 แล้วนะครับ
โดยขำ เคืองใจ
เห็นพี่น้องคนไทยมีความรื่นเริงสุขสันต์ หลายท่านเดินทางไปสวดมนต์ข้ามปีก็เป็นบรรยากาศดีๆ ที่มีขึ้นช่วงส่งท้ายปี
ไม่มีใครหรอกครับ อยากเห็นความวุ่นวายยุ่งเหยิง แต่ความสวยงามจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยพลังจากพี่น้องคนไทยทุกคนร่วมกันสรรค์สร้างแต่เรื่องดีจรรโลงสังคม
แม้แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรียังส่ง ส.ค.ส.สื่อความสุขไปยังพี่น้องคนไทยโดยบอกว่าปี 2556 จะเป็น “ปีแห่งการคิดบวก”
ความตอนหนึ่ง บอกว่า “... ขอให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการคิดบวกใช้หลักความรัก เมตตาเอื้ออาทรมารับฟังความเห็นผ่านเวทีที่สร้างสรรค์ ดิฉันเชื่อว่าหากรับฟังซึ่งกันและกันตามระบอบประชาธิปไตยประเทศจะมีทางออกและบรรยากาศที่ดีร่วมกัน....”
ทุกถ้อยความตามบรรทัด ไม่ปฏิเสธ เห็นด้วยทั้งหมดเล้ย
ภายใต้ความหมายของการคิดบวกคือการมองโลกในแง่ดี นับตั้งแต่นายกฯ บริหารประเทศเกือบปีกว่า ผมมองในแง่บวกเสมอว่าท่านเป็นนายกฯ คนงามจริงๆ ฮา.....
การเข้าสู่ตำแหน่งก็ผ่านการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายยอมรับ
ทว่า ขณะที่นายกฯ คิดบวกซึ่งชาวประชาชีก็เห็นว่ามาตามระบอบประชาธิปไตยแต่กลุ่มคนของท่านบอกไม่ได้เป็นประชาธิปไตยริจะแก้ไขรัฐธรรมนูญซะนี่
อ้าว! ตกลงนายกฯ และพวกผมอุตส่าห์ช่วยคิดบวกแล้วนะ ส่วนใครล่ะที่กำลังคิดลบ หรือบวกประสาอะไรไม่รู้ที่กำลังนำไปสู่ความวุ่นวายรอบใหม่
เมื่อกำลังเข้าสู่ปี 2556 ผมยังมองนายกฯ เป็นบวกอีกเช่นเคย เพราะแบบฉบับการมองสถานการณ์บ้านเมืองราบรื่นสวยงามเหมือนอย่างกับสวนดอกไม้รอบบ้าน
กล่าวคือ เอะอะอะไรก็บอกว่า เป็นเรื่องของสภาเขาจะไปแก้ไขกันเอง ดิฉันไม่เกี่ยวข้อง เรื่องนั้นเรื่องนี้มีทางออกด้วยการใช้หลักความรักเมตตาอาทร รับฟังความคิดเห็นในทางสร้างสรรค์คร้า (ตามคำกล่าวข้างต้น)
ใครกำลังปลุกระดมให้คนในชาติเกิดความเกลียดชังโดยเฉพาะนักการเมืองพวกเดียวกันเองนายกฯ ก็ปล่อยเลยตามเลยไม่คิดจะห้ามปราม อาจเป็นเพราะต้องท่องคาถาคิดบวกเข้าไว้ในทำนองออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้ดีแล้ว คงคิดว่ารัฐบาลได้ภาพบวก
อีกอย่าง ถ้าอยากจะมองการเมืองในแง่ดีตามที่นายกฯต้องการ แต่ละฝ่ายต้องพึงกลับไปทำหน้าที่ที่ควรกระทำ คนเป็นรัฐบาลต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาปากท้องสร้างความสงบสุขให้บ้านเมือง มิใช่เที่ยวไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนก่อปัญหาความขัดแย้งเพิ่มขึ้นเป็นอุปสรรคให้รัฐบาลตนเอง
โดยเฉพาะคำกล่าวที่มีมาอยู่เสมอให้ “ก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ” คนอื่นเขาก้าวข้ามอยู่แล้วเพื่อเห็นประเทศชาติสงบ ก็มีแต่คนในรัฐบาลที่ออกมาเรียกร้องให้ก้าวข้ามนั่นแหละยังไม่ก้าวข้ามสักที เพราะพฤติกรรมที่ถ่ายทอดผ่านงานบริหารหรือนิติบัญญัติก็ส่อเจตนาทำเพื่อคนคนเดียวอยู่ร่ำไป
ตอนนี้ทุกคนก็อยากให้นายกฯ คิดบวกด้วยการใช้สติปัญญาแสดงภาวะผู้นำเดินหน้าบริหารชาติอย่างไม่ต้องเกรงใจเอื้ออำนวยความสะดวกคนแดนไกล
ถ้าทำได้ ถึงวันนั้น สังคมชาติจะมีแต่ภาพบวกครับท่านนายกฯ.







