
เสื้อแดงฉลาด
โดย..อสนีบาต ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ผ่านร้อนผ่านหนาวการเมืองจึงรับรู้ดีหากจะเปิดปฏิบัติการตามหา 24 ล้านคนประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ย่อมประสบความแพ้พ่ายทางการเมือง เพราะนี่ไม่ใช่การให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นเรื่องการลงประชามติจะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ บริบทที่แตกต่างระหว่างประชามติรัฐธรรมนูญกับลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วไป เหตุเพราะ 1.ไม่มีกฎหมายใดบังคับว่าไม่ไปใช้สิทธิจะเสียสิทธิเหมือนเข้าคูหาเลือกตั้ง 2. ไม่มีอารมณ์ร่วมจากมวลมหาประชาชนจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเว้นแต่เกิดจากความกระสันอยากของคนเฉพาะพวกเฉพาะกลุ่มการเมืองเท่านั้น 3. การกะเกณฑ์ประชาชนลงทุนสูงกว่าการใช้ระบบใต้ดินที่เคยอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ และใช่ว่าการตามหา 24 ล้า นคนเป็นอย่างน้อย หากออกมาแล้วจะรู้ซึ้งถึงคุณค่าของรัฐธรรมนูญฉบับเอื้อพวกพ้อง ด้วยการตัดสินใจกากบาทอนุญาติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่
โดย..อสนีบาต
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ผ่านร้อนผ่านหนาวการเมืองจึงรับรู้ดีหากจะเปิดปฏิบัติการตามหา 24 ล้านคนประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ย่อมประสบความแพ้พ่ายทางการเมือง เพราะนี่ไม่ใช่การให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นเรื่องการลงประชามติจะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ
บริบทที่แตกต่างระหว่างประชามติรัฐธรรมนูญกับลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วไป เหตุเพราะ 1.ไม่มีกฎหมายใดบังคับว่าไม่ไปใช้สิทธิจะเสียสิทธิเหมือนเข้าคูหาเลือกตั้ง 2. ไม่มีอารมณ์ร่วมจากมวลมหาประชาชนจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเว้นแต่เกิดจากความกระสันอยากของคนเฉพาะพวกเฉพาะกลุ่มการเมืองเท่านั้น 3. การกะเกณฑ์ประชาชนลงทุนสูงกว่าการใช้ระบบใต้ดินที่เคยอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ และใช่ว่าการตามหา 24 ล้า นคนเป็นอย่างน้อย หากออกมาแล้วจะรู้ซึ้งถึงคุณค่าของรัฐธรรมนูญฉบับเอื้อพวกพ้อง ด้วยการตัดสินใจกากบาทอนุญาติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่
น่าเสียดายที่บรรดาละอ่อนทางการเมือง กลับไม่เรียนรู้ประสบการณ์ผ่านนักการเมืองแก่พรรษาในพรรค ทางตรงกันข้าม ไม่ว่าจะเป็นประเภทโฆษกแป้งพับหรือหนุ่มน้อยจอมโพสต์ ซึ่งในแต่ละวันที่ผ่านไป ก็เมามันส์อยู่กับการออกมาถล่มฝ่ายเห็นต่างว่าเป็นพวกฝักใฝ่เผด็จการบ้าง โดยไม่พยายามใช้สติปัญญาค้นหาความน่าจะเป็นต่อการทำประชามติ แล้วออกมายอมรับความจริง
บรรดาละอ่อนทั้งหลายในองคาพยพอาคารโอเอไอ ตั้งหลักพิจารณากันดูสักหน่อยดีไหม กับกรณีตามหา 24 ล้านเสียง
เริ่มจากทีมงานบ้านเลขที่111 มีความเห็นเป็นดาวกระจาย ฝ่ายหนึ่งอยากเดินหน้าโหวตวาระสาม ฝ่ายหนึ่งอยากให้โหวตคว่ำวาระสามกลับไปนับหนึ่งใหม่ด้วยการเสนอแก้ไขรธน.รายมาตรา เน้นเฉพาะมาตราเพื่อประโยชน์ส่วนรวมหาใช่แก้ไขรัฐธรรมนูญจนจับได้เพื่อเอื้อนายใหญ่
ขณะที่อีกฝ่ายภายใต้ชายคาเดียวกัน เห็นว่า เมื่ออำนาจรัฐอยู่ในมือควรเดินหน้าประชามติวัดกำลังมวลชนกันไปเลย แต่ถ้าไม่ผ่านไม่ถือว่าเสียหน้าเพราะรัฐธรรมนูญเปิดช่องใช้สภาแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบใหม่ได้
เมื่อหันไปดูมวลชนกำแพงแดงภายใต้แกนนำนักวางบิลทั้งหลาย ซึ่งต้องมีชีวิตอยู่รอดกับการสร้างธุรกิจม็อบจำเป็นต้องสร้างเงื่อนไขรักษามวลชนด้วยการเห็นต่างให้เดินหน้าโหวตวาระ 3 ไม่เอาวิธีประชามติ
ปฏิญาเขาใหญ่ ประกาศจุดยืนให้พี่น้องมวลชนสนับสนุนการโหวตวาระสาม ไม่เห็นด้วยกับการลงประชามติ แต่ไม่กี่นาที เจ้าของพรรคตัวจริงและเป็นผู้กุมหัวใจมวลชนตามที่แกนนำวางบิลหลอกล่อให้หลงละเมอ วิดีโอลิงก์เข้ามากลางงานต้องประชามติเท่านั้นถึงจะได้รัฐธรรมนูญฉบับเพื่อฉัน ชะเอ้ย!ฉบับประชาธิปไตยแท้จริง
เมื่อทักษิณพูดทาง จตุพรพูดอีกอย่าง แกนนำขาใหญ่ขาน้อยบนเวทีเกาหัวแกรกๆ ตกลงจะเอาไงกันฟะ?!?
มิพักมองลงไปข้างล่างเวที กับมวลมหาประชาแดงที่มารับลมหนาวก็ได้แต่เฮไหนเฮนั้น แต่เชื่อว่าน่าจะมีผู้มีอุดมการณ์อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจังคง งุนงงอยู่เหมือนกัน ตกลง นายใหญ่ - นายน้อย -ท่านตู่ กำลังเล่นละครแหกตาอะไรพวกเรากันอีก
ความจริง นายใหญ่ ท่านตู่ ควรไปกำหนดสคริ๊ปให้ชัดก่อน ไม่น่าทำร้ายความรู้สึกเหล่าพี่น้องที่ศรัทธาเลย อุตสาห์ดั้นด้นมาตั้งเต้นท์ค้างแรมเพื่อพร้อมกรีฑาทัพทุกกิจกรรม แต่เมื่อเหล่าท่านเผยความกระสันอยากแก้รัฐธรรมนูญไม่ชัดเจน เดี่ยวคะแนนประชามติแตกกระเจิงจะทำยังไง
เขาเรียกว่า คิดจะทำเพื่อตนเองเป็นหลักจนลืมข้างหลัง ไม่คิดถึงหัวอกคนเสื้อแดงกันบ้างเลย กี่ครั้งแล้วที่ถูกกล่าวหาเป็นข้าทาสรับใช้นักการเมือง ตกเป็นเหยื่อให้นักการเมืองเอามาใช้เป็นเบี้ยบนกระดาน
ขอบอกและขอย้ำ ที่ผ่านมาพี่น้องเสื้อแดงพยายามอดทนจากการที่นายใหญ่ ท่านตู่จูงจมูกแล้วไม่ได้ผลตอบแทนอะไรเลย แถมยังโดนพวกเดียวกันในพรรคไปกล่าวดูถูกเหยียดหยาม เป็นพวกไม่มีสมองหรือเป็นแค่พวกกระบือแดง
แต่ให้ระวังเถอะสถานการณ์ใกล้สุกงอม จำเป็นต้องมากราบกรานขอกำลังมวลชนวัดใจแก้รัฐธรรมนูญกันอีกรอบ พี่น้องเสื้อแดงจะใช้สติสอนบทเรียนนักการเมืองเหล่านี้บ้าง







